สกู๊ปกีฬา

ถ้าได้แค่ 1 อย่าง.. หงส์แดงควรเลือกแชมป์ไร้พ่ายหรือทริปเปิ้ลแชมป์?

ถ้าได้แค่ 1 อย่าง.. หงส์แดงควรเลือกแชมป์ไร้พ่ายหรือทริปเปิ้ลแชมป์?

สนับสนุนเนื้อหา หลังผ่านไป 26 เกม ​ลิเวอร์พูลมีแต้มนำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง ถึง 25 คะแนนในพรีเมียร์ลีก แบบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนแล้ว หากไม่เกิดเหตุการณ์ฟ้าถล่มดินทลาย ทีมของ เยอร์เกน คล็อปป์ ก็จะสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษในฤดูกาลนี้มาครองได้แน่ๆ นอกจากนี้ ลิเวอร์พูลยังสามารถคงสถิติไร้พ่ายด้วยการเอาชนะทุกนัดและเสมอแค่หนึ่งนัดมาถึงตอนนี้ จนอาจจะตามรอย​อาร์เซน่อลด้วยการเป็นแชมป์ไร้พ่ายอีกทีม แต่ปัญหาคือหงส์แดงไม่ได้มีลุ้นเพียงแค่นั้นน่ะสิ เพราะพวกเขายังมีรายการยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และ เอฟเอคัพ รออยู่อีกสองถ้วย จากเรื่องนี้จึงได้เกิดคำถามที่น่าหมั่นไส้สำหรับแฟนบอลทีมอื่นขึ้นมาคือ หากต้องเลือก ลิเวอร์พูล จะเลือกแชมป์ลีกไร้พ่ายหรือการเป็นทริปเปื้ลแชมป์กัน? เอาล่ะ เดอะ ค็อป หลายคน อาจจะบอกว่างั้นก็เอาทั้งสองทางเลยสิทั้งแชมป์ไร้พ่ายและทริปเปิ้ลแชมป์ แต่อย่าลืมว่าการผ่านเข้าไปรอบลึกๆ ของทั้ง เอฟเอคัพ และ แชมเปียนส์ลีก ก็หมายความถึงตารางแข่งขันที่แน่นขนัดมากขึ้นและนับเฉพาะแค่เดือนหน้า หงส์แดง ก็จะต้องลงเล่นถึง 6 นัดในรอบ 20 วันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ตอนนี้หงส์แดงเองก็มีนักเตะหายเจ็บกลับมาหลายคนแล้ว ดังนั้น คล็อปป์เองก็น่าจะสามารถจัดทีมหมุนเวียนทีมที่พร้อมที่สุดในแต่ละเกมลงสนามได้ แต่ก็อาจจะมีบางนัดที่ลิเวอร์พูลต้องเลือกว่าจะพักตัวหลักเพื่อเกมที่สำคัญกว่าหรือเปล่า เช่นหากแต้มพรีเมียร์ลีกขาดไปแล้ว พวกเขาจะยอมส่งตัวสำรองลงเพื่อให้นักเตะสดในรอบลึกๆของแชมเปียนส์ลีกหรือเปล่า? แต่ในทางกลับกัน หากพวกเขาอยากได้แชมป์ไร้พ่าย …

ถ้าได้แค่ 1 อย่าง.. หงส์แดงควรเลือกแชมป์ไร้พ่ายหรือทริปเปิ้ลแชมป์? Read More »

[OPINION] วิกฤติของ เชลซี และ "แฟรงค์ แลมพาร์ด"

[OPINION] วิกฤติของ เชลซี และ “แฟรงค์ แลมพาร์ด”

สนับสนุนเนื้อหา ผลสะเทือนของเกมที่ ​เชลซี แพ้ ​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกม​พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุด อาจจะดูไม่รุนแรงมากเมื่อดูจากตารางอันดับ เพราะสิงห์บลูส์ก็ยังคงเหนียวแน่นที่อันดับ 4 ต่อไป แม้ว่าระยะห่างที่แคบเข้ามาชนิดที่อีก 2-3 นัดต่อจากนี้ถ้ากระพริบตาปุ๊บอันดับอาจเปลี่ยนได้เลยก็ตาม แต่ถ้าลูกทีมพี่แฟรงค์กลับมาเก็บแต้มได้ก็น่าจะยังคงรักษาสถานภาพได้ อันนี้คิดแบบง่ายๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ง่ายอย่างที่คิด! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกมนัดต่อไปที่พวกเขาจะต้องเจอกับอีกหนึ่งทีมที่กำลังลุ้นอันดับ 4 และมีแต้มไล่จี้อยู่เพียง 1 คะแนนซึ่งนั่นก็คือ​ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ของอดีตกุนซือของพวกเขาเองอย่าง โชเซ มูรินโญ ในเกมแรกที่พบกัน แลมพาร์ดจัดการล้างครูมาแล้วด้วยสกอร์ 2-0 แน่นอนว่าครูก็ต้องคิดเอาคืนกันบ้าง เดี๋ยวจะหาว่าไร้น้ำยา ปัญหาคือ ศิษย์อย่างซูเปอร์แฟรงค์จะเอาอะไรไปล้างครูอีกรอบ? เพราะเมื่อดูจากเกมนัดล่าสุดที่เปิดบ้านให้แมนฯ ยูไนเต็ด มาย้ำแค้น จะพบว่าสถิติที่เกิดขึ้นนั้นมันบ่งบอกอะไรได้มากมาย เชลซีได้ส่องประตูปีศาจแดง ถึง 17 ครั้ง ครองบอลมากึง 62% ส่งบอลได้แม่นยำถึง 86% ส่งบอลกันทั้งเกม 607 ครั้ง เตะมุม 9 ครั้ง …

[OPINION] วิกฤติของ เชลซี และ “แฟรงค์ แลมพาร์ด” Read More »

[OPINION] ศึกเฮฟวี่เวท! "กิกส์ VS มาเน" ใครกันแน่ควรอยู่ในทีมรวมดาว ผี+หงส์ ?!

[OPINION] ศึกเฮฟวี่เวท! “กิกส์ VS มาเน” ใครกันแน่ควรอยู่ในทีมรวมดาว ผี+หงส์ ?!

สนับสนุนเนื้อหา รอย คีน และ เจมี คาร์ราเกอร์ สองตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล เพิ่งเปิดฉากปะทะฝีปากอย่างดุเดือดว่า ไรอัน กิกส์ หรือ ซาดิโอ มาเน ใครกันแน่ที่ควรได้อยู่ในทีมที่นำ ​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดทริปเปิ้ลแชมป์ 1998/99 และ ​ลิเวอร์พูล ชุดปัจจุบันมาร่วมกัน มันอาจจะเป็นเรื่องยากอยู่สักหน่อยในการจะนำแข้งที่อยู่คนละยุคมาเปรียบเทียบกัน แต่หากจะต้องตัดสินใจจริงๆ เราก็อาจจะต้องดูหลายๆองค์ประกอบเช่นดังต่อไปนี้ การยิงประตู กิกส์ : เอาจริงๆ แม้โดยเฉลี่ยในแต่ฤดูกาลแล้ว กิ๊กส์จะยิงประตูได้น้อยกว่ามาเนค่อนข้างเยอะ แต่ก็อาจจะเป็นเพราะตำแหน่งที่ไม่เน้นเข้ากรอบเขตโทษมากนัก แต่เมื่อไหร่ที่มีโอกาสเขาเองก็ไม่ปล่อยให้พลาดง่ายๆเช่นกัน มาเน : ในเรื่องนี้ มาเนดูเหนือกว่า เพราะเขาเองไม่เคยยิงได้น้อยกว่าสองหลักเลยในพรีเมียร์ลีกแต่ละฤดูกาล และปีล่าสุดก็ยังได้ตำแหน่งดาวซัลโวลีกสูงสุดมาครองด้วยการยิง 22 ประตูด้วย การจ่ายบอล กิกส์ : แม้ในยุคของกิกส์จะมีทั้ง พอล สโคลส์ และ เดวิด เบ็คแฮม ตัวจ่ายสวยๆที่อาจทำให้โดนมองข้ามไปหน่อย แต่แน่นอนว่าเขาเองก็เป็นตัวแอสซิสต์ที่ยอดเยี่ยมและเหนือกว่ามาเนอย่างเห็นได้ชัด …

[OPINION] ศึกเฮฟวี่เวท! “กิกส์ VS มาเน” ใครกันแน่ควรอยู่ในทีมรวมดาว ผี+หงส์ ?! Read More »

ลีกภูมิภาค สู่ T4 : ภาพสะท้อนการรวมศูนย์อำนาจในฟุตบอลไทย

ลีกภูมิภาค สู่ T4 : ภาพสะท้อนการรวมศูนย์อำนาจในฟุตบอลไทย

สนับสนุนเนื้อหา ฟุตบอลโลก เป้าหมายสูงสุดของวงการฟุตบอลไทย ไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่าย การวางรากฐานอย่างเป็นระบบ คือ สิ่งสำคัญดั่งที่เราได้เห็นตลอด 4 ปีที่ผ่านมา จากการทำงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยชุดปัจจุบัน เพื่อให้การทำงานเป็นไปตามเป้า การรวมศูนย์อำนาจเพื่อความเป็นเอกภาพในการพัฒนา ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้วิธีการดังกล่าวจะสร้างผลกระทบแก่บางพื้นที่ของวงการฟุตบอลไทย ลีกภูมิภาค คือ ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการรวมศูนย์อำนาจของฟุตบอลไทย เพื่อเปิดพื้นที่ให้แก่เยาวชนตามนโยบายของส่วนกลาง ปัญหาและสิ่งที่ศูนย์เสียในระดับภูมิภาค ย่อมเกิดขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน Main Stand พาย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนผ่านจาก ลีกภูมิภาค สู่ ไทยลีก 3-4 ลีกระดับล่างของประเทศไทย อนาคตที่วาดหวัง กับ ภาพที่เป็นจริง สวนทางหรือสอดคล้องกันมากแค่ไหน เราจะพาคุณย้อนดูการรวมศูนย์อำนาจของสมาคมกีฬาฟุตบอลไทย ผ่านบทความนี้… ลีกภูมิภาค : ยุคทองฟุตบอลท้องถิ่น ลีกภูมิภาค ถือกำเนิดขึ้นในการแข่งขันฤดูกาล 2009 หลังสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ออกกฎระเบียบใหม่ที่ปรับเน้นให้สโมสรฟุตบอล ก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพอย่างเต็มตัว ด้วยการมีลีกที่เป็นระบบอาชีพยอมรับ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงมีมติให้ควบรวม “โปรวินเชียนลีก” การแข่งขันฟุตบอลระดับภูมิภาค ที่ยังคงหาแชมป์กันแบบทัวร์นาเมนต์ ไม่ใช่ระบบลีก เข้ามาควบรวมกับ ดิวิชัน 2 …

ลีกภูมิภาค สู่ T4 : ภาพสะท้อนการรวมศูนย์อำนาจในฟุตบอลไทย Read More »

[OPINION] "เอ็นโกโล ก็องเต" กับบทบาทสุดยอดป้อมปราการที่หายไป!

[OPINION] “เอ็นโกโล ก็องเต” กับบทบาทสุดยอดป้อมปราการที่หายไป!

สนับสนุนเนื้อหา จนถึงตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เอ็นโกโล ก็องเต ยอดมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส ของเชลซี ที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ฟุตบอลโลก รวมไปถึงแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยกับ 2 สโมสรด้วยกัน เจ้าตัวสร้างชื่อในฐานะกองกลางตัวรับที่พา เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมม้ามืดนอกสายตา สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้ในฤดูกาล 2015/16 ชนิดที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน จากนั้นปีต่อมา สิงโตน้ำเงินคราม จึงจัดการกระชากตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเพียง 32 ล้านปอนด์ และในปีเดียวกันนั้นเอง ก็องเตพาเชลซีเข้าป้ายเป็นแชมป์ลีกได้ทันที จนทำให้เขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีกไปครองได้อย่างงดงาม แต่แล้วในฤดูกาล 2018/19 การจากไปของ อันโตนิโอ คอนเต ถูกทดแทนโดยนายใหญ่คนใหม่ เมาริซิโอ ซาร์รี ที่ได้ทำการดึงตัวลูกรักอย่าง จอร์จินโญ จากนาโปลี ติดตัวมาด้วยในปีเดียวกัน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้บทบาทของสุดยอดมิดฟิลด์ตัวรับของก็องเตต้องเปลี่ยนไปจนกระทั่งถึงทุกวันนี้! เพราะแผน 4-3-3 สไตล์ “ซาร์รีบอล” คนที่ยืนจังก้าอยู่หน้าแผงหลังกลับกลายเป็น จอร์จินโญ แทนที่จะเป็นอดีตกองกลางจากทีมจิ้งจอกสยาม เพราะอดีตนายใหญ่จากนาโปลีนั้น ต้องการตัวรับที่สามารถสร้างสรรค์เกมจากแดนตัวเองได้ นั่นจึงทำให้ซาร์รีจำเป็นต้องมอบความท้าทายครั้งใหม่ให้กับก็องเต ด้วยการขยับเขาขึ้นไปยืนเป็น Box to Box มิดฟิลด์ …

[OPINION] “เอ็นโกโล ก็องเต” กับบทบาทสุดยอดป้อมปราการที่หายไป! Read More »

[OPINION] สงครามท็อปโฟร์บนตารางพรีเมียร์ลีก!

[OPINION] สงครามท็อปโฟร์บนตารางพรีเมียร์ลีก!

สนับสนุนเนื้อหา พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เรื่องลุ้นแชมป์อาจจะไม่ค่อยน่าตื่นเต้นซักเท่าไหร่ เมื่อ​ ลิเวอร์พูล ของ เยอร์เกน คล็อปป์ จัดการควบตะบึงไล่บดชนะทั้ง 19 ทีมในลีกได้ครบหมดจดเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์เป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่บุกไปเอาชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปแบบไม่ต้องลุ้นเยอะด้วยสกอร์ 2-0 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา หงส์แดงทิ้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนิดที่เรียกว่าไม่เห็นฝุ่น PM 2.5 แบบสุดกู่ถึง 19 คะแนนจากการลงสนาม 24 นัดเท่ากัน ขอแค่เก็บชัยชนะอีกแค่ 8 นัด หรือ 24 คะแนนต่อจากนี้ พวกเขาก็จะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีและจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรก นับตั้งแต่ที่มีการก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1992 นั่นมันเป็นเรื่องของบนหัวตาราง ซึ่งก็น่าจะทราบผลในอีก 2-3 เดือนนี้ แต่ที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจยิ่งกว่าสำหรับลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีในซีซั่นนี้ก็คือ การลุ้น “อันดับ 4” หรือ “ท็อปโฟร์” โควตา ​ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งเป็นพื้นที่ทองคำของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในยุคนี้ สถานการณ์บนตารางในการลุ้นท็อปโฟร์ที่เอาเข้าจริงน่าจะเรียกว่าการ “ลุ้นอันดับ 4” น่าจะชัดกว่านั้นไม่อนุญาตให้แฟนบอลได้กระพริบตาและหายใจหายคอกันเลยแม้แต่นาทีเดียว …

[OPINION] สงครามท็อปโฟร์บนตารางพรีเมียร์ลีก! Read More »

วายร้ายในความทรงจำ : "ร็อบ ซาเวจ" แข้งที่ว่ากันว่า "สกปรกที่สุด" ในพรีเมียร์ลีก

วายร้ายในความทรงจำ : “ร็อบ ซาเวจ” แข้งที่ว่ากันว่า “สกปรกที่สุด” ในพรีเมียร์ลีก

สนับสนุนเนื้อหา สำหรับแฟนบอลรุ่นเก๋าที่ติดตามฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของอังกฤษ มาไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี คงทราบกันดีว่าพรีเมียร์ลีกในยุคปลายทศวรรษที่ 90 ถึงต้นทศวรรษที่ 2000 นั้นช่างมีเสน่ห์ให้น่าหลงใหล และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ทุกครั้งที่หยิบประเด็นนี้ขึ้นมาถกในวงสนทนาก็ยังคงสนุกอยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยน พรีเมียร์ลีกในยุคดังกล่าวนั้นเต็มไปด้วยผู้เล่นหลากหลายคาแรคเตอร์ ทั้งเทพบุตรสุดหล่อขวัญใจสาวๆ, เด็กหนุ่มผู้ทุ่มเท, หรือแม้กระทั่งดาวร้ายจอมกวนประสาท ซึ่งถ้าพูดถึงดาวร้ายแห่งพรีเมียร์ลีกอังกฤษ หลายคนคงนึกถึง “เครซี่แก๊ง” ที่ก่อวีรกรรมสุดฉาวเอาไว้มากมายในหน้าประวัติศาสตร์ แต่นอกจากเหล่าคนบ้าแห่งสโมสรวิมเบิลดันแล้ว ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันก็มีผู้เล่นอีกหนึ่งคนที่แสบสันไม่แพ้กัน ถึงขั้นที่โดนสื่อหลายสำนักยกให้เป็น “นักฟุตบอลที่สกปรกที่สุดในพรีเมียร์ลีก” เลยทีเดียว ชื่อของเขาคือ “ร็อบบี้ ซาเวจ” เรื่องราวของเขาเป็นมาอย่างไร? ทำไมเขาจึงเป็นจอมสกปรกที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ? และตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นอย่างไร? ติดตามได้ที่ Main Stand ดูเผินๆ ก็เหมือนจะธรรมดา ถ้าคุณกำลังคิดว่ากำลังจะได้อ่านเรื่องราววัยเด็กสุดแสนเข้มข้นเร้าใจของดาวเตะรายนี้แล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่าคุณคิดผิด เพราะถึงแม้ ร็อบบี้ ซาเวจ จะขึ้นชื่อในการเป็นนักเตะจอมสกปรก แต่ชีวิตนอกสนามในวัยเด็กของเขานั้นกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง “ตอนเด็กผมเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง” “ผมมีครอบครัวที่ดี คุณพ่อของผมเป็นวิศวกร มีพี่ชายที่อายุมากกว่า 4 ปี เขานี่แหละเป็นคนบังคับให้ผมออกไปเตะฟุตบอลที่ข้างถนน ซึ่งมันค่อย ๆ หล่อหลอมให้ผมแข็งแกร่งขึ้น” …

วายร้ายในความทรงจำ : “ร็อบ ซาเวจ” แข้งที่ว่ากันว่า “สกปรกที่สุด” ในพรีเมียร์ลีก Read More »

อะไรทำให้ "เดวิด-วิคตอเรีย เบ็คแฮม" เป็นคู่รักซุปตาร์ที่ครองรักได้ยาวนาน?

อะไรทำให้ “เดวิด-วิคตอเรีย เบ็คแฮม” เป็นคู่รักซุปตาร์ที่ครองรักได้ยาวนาน?

สนับสนุนเนื้อหา ถ้าใครได้รับชมภาพยนตร์เรื่อง “Marriage Story” ฝีมือการกำกับของ โนอาห์ บอมบาค นำแสดงโดย อดัม ไดรเวอร์ และ สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน ที่เพิ่งเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 92 ประจำปี 2020 ไปมากถึง 6 สาขาแล้ว ถึงจะยังไม่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อนก็คงจะเข้าใจดีว่าชีวิตแต่งงานนั้นยากแค่ไหน เพราะไม่ใช่แค่รักอย่างเดียวจะผ่านมันไปได้ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องพบเจอกับอุปสรรคมากมาย ทั้งจากภายนอกและภายในความสัมพันธ์  ชีวิตแต่งงานว่ายากแล้ว ชีวิตแต่งงานของเหล่าคนดังยิ่งยากขึ้นไปอีก เพราะจากสถิติที่มีการเก็บบันทึกพบว่าคู่รักคนดังในฮอลลีวูดนั้นมีโอกาสจบที่การหย่าร้างสูงถึง 52% มากกว่าอัตราของคู่รักทั่วไปกว่าเท่าตัว และยังมีตัวเลขสถิติที่บ่งบอกอีกว่าคู่รักคนดังนั้นเฉลี่ยแล้วจะมีชีวิตแต่งงานที่ยาวนานเพียง 6 ปี เท่านั้น อย่างไรก็ตามตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา กลับมีคู่รักคู่หนึ่งที่โด่งดังระดับซูเปอร์สตาร์ พวกเขาแต่งงานกันตั้งแต่ยังวัยเยาว์ แต่กลับประคับประคองชีวิตคู่มาได้ยาวนานกว่า 20 ปี ใช่แล้ว … เรากำลังพูดถึง “เดวิด-วิคตอเรีย เบ็คแฮม” คู่รักที่ครั้งหนึ่งเคยโดนจับตามองมากที่สุดในโลก พวกเขามีวิธีอะไรในการรักษาความรักให้ยาวนาน ติดตามได้ที่ Main Stand ดอกฟ้ากับนายขี้อาย “คนนี้แหละคือผู้หญิงที่ข้าจะแต่งงานด้วย” ย้อนกลับไปในปี 1996 นี่คือประโยคที่ เดวิด …

อะไรทำให้ “เดวิด-วิคตอเรีย เบ็คแฮม” เป็นคู่รักซุปตาร์ที่ครองรักได้ยาวนาน? Read More »

ทำไม "ทิม เคฮิลล์" ถึงเป็นจอมโหม่งในพรีเมียร์ลีก ทั้งที่สูงแค่ 1.78 เมตร?

ทำไม “ทิม เคฮิลล์” ถึงเป็นจอมโหม่งในพรีเมียร์ลีก ทั้งที่สูงแค่ 1.78 เมตร?

สนับสนุนเนื้อหา “ผู้คนคิดว่าผมตัวเล็กเกินไป หรือไม่เร็วพอ ไม่แข็งแกร่งพอ แต่ผมรู้สึกว่าผมสามารถเล่นตรงไหนก็ได้” ทิม เคฮิลล์ กล่าวกับ Sydney Morning Herald พรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ถือเป็นหนึ่งในลีกที่โหดหินลีกหนึ่งของยุโรป จากจังหวะการเล่นที่รวดเร็ว และเต็มไปด้วยพละกำลัง ท่ามกลางนักเตะที่สูงใหญ่ ที่ทำให้นักเตะร่างเล็กหลายคน โดยเฉพาะแข้งจากทวีปเอเชีย ต่างไปไม่รอดในลีกแห่งนี้ แต่มีนักเตะคนหนึ่ง ที่มีส่วนสูงไม่ถึง 180 เซนติเมตร กลับสามารถยืนหยัดได้ในพรีเมียร์ลีก และไม่เพียงแค่เอาตัวรอดเท่านั้น แต่ขึ้นมาเป็นแถวหน้าของลีกแดนผู้ดี โดยเฉพาะลูกโหม่ง ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องหมายการค้าของเขา ชายคนนั้นมีชื่อว่า ทิม เคฮิลล์ อดีตกองกลางชาวออสเตรเลียของเอฟเวอร์ตัน ที่สามารถสร้างปรากฎการณ์ จนเป็นหนึ่งในตำนานของพรีเมียร์ลีก เขาทำได้อย่างไร ร่วมติดตามไปพร้อมกับ Main Stand กล้าและบ้าบิ่น สิ่งหนึ่งที่ทำให้ เคฮิลล์ สามารถต่อกรกับเหล่าผู้เล่นร่างยักษ์ในพรีเมียร์ลีก คือความบ้าดีเดือด และดูเหมือนว่ามันจะเริ่มต้นตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น ที่เขาขออนุญาตพ่อกับแม่มาอังกฤษ เพื่อเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี เคฮิลล์ มีสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับแดนผู้ดี เขาเกิดในครอบครัวที่พ่อเป็นชาวอังกฤษเชื้อสายไอริช ส่วนแม่เป็นชาวซามัว ทำให้แม้จะเติบโตในครอบครัวที่มีแต่คนเล่นรักบี้ แต่กีฬาที่เขาชื่นชอบกลับเป็นฟุตบอล …

ทำไม “ทิม เคฮิลล์” ถึงเป็นจอมโหม่งในพรีเมียร์ลีก ทั้งที่สูงแค่ 1.78 เมตร? Read More »

"พีรพัฒน์ ถานิตย์" : ประธานสโมสรฟุตบอลที่บอกว่า "แฟนคลับคือเพื่อนแท้ที่ด่าเพราะรักเรา"

“พีรพัฒน์ ถานิตย์” : ประธานสโมสรฟุตบอลที่บอกว่า “แฟนคลับคือเพื่อนแท้ที่ด่าเพราะรักเรา”

สนับสนุนเนื้อหา “สมุทรปราการ เอฟซี” คือสโมสรฟุตบอลหนึ่งเดียวประจำจังหวัดสมุทรปราการ ที่ยืนหยัดอยู่ในลีกอาชีพมาเป็นระยะเวลานานกว่า 1 ทศวรรษ แม้ว่าทีมลูกหนังฉายา “ป้อมปราการ” จะไม่มีสนามเหย้าของตัวเอง และไม่เคยเลื่อนชั้นขึ้นลีกระดับที่สูงกว่าเดิมสักครั้งเดียว ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นสโมสรที่มีแฟนคลับเหนียวแน่น และมีวัฒนธรรมการเชียร์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ท่ามกลางการเกิดขึ้น และย้ายถิ่นฐานของหลายๆ สโมสร ที่เข้ามาตั้งรกรากในจังหวัดสมุทรปราการ ทว่าไม่มีทีมไหนเลยที่ให้อารมณ์ ความรู้สึกเหมือนกับ “สมุทรปราการ เอฟซี” เพราะตัวตนความเป็นทีมท้องถิ่นนิยม สโมสรประจำจังหวัดของพวกเขานั้นชัดเจนมากกว่าทีมอื่นๆ นอกจากนี้พวกเขายังมี ประธานสโมสร ที่ไม่ใช่คนที่มีอำนาจทางการเมือง, ไม่ได้ร่ำรวยจากการทำธุรกิจจนมีทรัพย์สินเหลือเอามาทำฟุตบอลแบบสบายๆ แต่เป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ที่อยากทำฟุตบอลเพื่อให้จังหวัดบ้านเกิดมีทีมเชียร์ และมองว่า “แฟนบอล” คือบุคคลสำคัญที่สุดของสโมสร นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาเลือกวางตัวเองกับแฟนบอลเป็นแบบเพื่อน มากกว่าจะเว้นระยะห่างแบบ ประธานสโมสรคนอื่นๆ กับกองเชียร์ของพวกเขา การดำรงตำแหน่งเป็นหัวเรือใหญ่ให้กับสโมสร สมุทรปราการ เอฟซี ของ “อาร์ท-พีรพัฒน์ ถานิตย์” ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี จึงต้องเผชิญกับหลายๆ ประสบการณ์ รวมถึงหลายๆ คำพูดทั้งคำชื่นชม, กำลังใจ, เสียงเชียร์, แรงสนับสนุน …

“พีรพัฒน์ ถานิตย์” : ประธานสโมสรฟุตบอลที่บอกว่า “แฟนคลับคือเพื่อนแท้ที่ด่าเพราะรักเรา” Read More »