[OPINION] สงครามท็อปโฟร์บนตารางพรีเมียร์ลีก!

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp
[OPINION] สงครามท็อปโฟร์บนตารางพรีเมียร์ลีก!
banner 2
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เรื่องลุ้นแชมป์อาจจะไม่ค่อยน่าตื่นเต้นซักเท่าไหร่ เมื่อ​ ลิเวอร์พูล ของ เยอร์เกน คล็อปป์ จัดการควบตะบึงไล่บดชนะทั้ง 19 ทีมในลีกได้ครบหมดจดเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์เป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่บุกไปเอาชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปแบบไม่ต้องลุ้นเยอะด้วยสกอร์ 2-0 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

หงส์แดงทิ้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนิดที่เรียกว่าไม่เห็นฝุ่น PM 2.5 แบบสุดกู่ถึง 19 คะแนนจากการลงสนาม 24 นัดเท่ากัน ขอแค่เก็บชัยชนะอีกแค่ 8 นัด หรือ 24 คะแนนต่อจากนี้ พวกเขาก็จะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีและจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรก นับตั้งแต่ที่มีการก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1992

tt

นั่นมันเป็นเรื่องของบนหัวตาราง ซึ่งก็น่าจะทราบผลในอีก 2-3 เดือนนี้

แต่ที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจยิ่งกว่าสำหรับลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีในซีซั่นนี้ก็คือ การลุ้น “อันดับ 4” หรือ “ท็อปโฟร์” โควตา ​ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งเป็นพื้นที่ทองคำของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในยุคนี้

สถานการณ์บนตารางในการลุ้นท็อปโฟร์ที่เอาเข้าจริงน่าจะเรียกว่าการ “ลุ้นอันดับ 4” น่าจะชัดกว่านั้นไม่อนุญาตให้แฟนบอลได้กระพริบตาและหายใจหายคอกันเลยแม้แต่นาทีเดียว

xx

ตอนนี้ทีมที่เกาะอันดับ 4 อย่างเหนียวแน่นก็คือ​ เชลซี ของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ซึ่งมี 40 คะแนน โดยที่ช่วงหลังๆ มานี้บรรดาดาวรุ่งของพี่แกเข้าข่าย 3 วันดี 4 วันพ่าย เดี๋ยวแพ้ เดี๋ยวชนะ เดี๋ยวเสมอ ทำเอาสาวกสิงห์บลูส์หายใจไม่ทั่วท้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ เวลานี้ทีมอันดับรองลงมาตั้งแต่อันดับ 5-7 กำลังค่อยๆทำผลงานคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ

​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ​ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส คือทีมอันดับ 5-7 ที่ว่านั้น ทั้ง 3 ทีมนี้มี 34 คะแนนเท่ากัน ห่างจากสิงโตน้ำเงินครามเพียง 6 คะแนนในขณะที่เหลือการเแข่งขัน 14 เกม และไอ้ช่องว่างเพียงแค่ 6 คะแนนก็สามารถพลิกไปมาได้ในช่วงเวลาแค่ 2-3 เกมต่อจากนี้

yy

แต่ก็ใช่ว่าทีมอันดับ 5-7 จะนิ่งนอนใจได้ เพราะพวกเขายังมี เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ซึ่งถือได้ว่าเป็น “น้องใหม่ไฟแรง” ที่เกาะขบวนตามหลังมาแบบหายใจรดต้นคอมาในอันดับ 8 ด้วยการมี 33 คะแนน ยังไม่นับพวกที่มี 31 และ 30 คะแนนไล่ไปตั้งแต่อันดับ 9-14 ซึ่งถ้าทีมเหล่านี้ไล่เก็บแต้มได้ 2-3 เกมติดๆกันก็อาจจะกระโดดขึ้นมาถึงอันดับ 5 เลยก็เป็นได้

นั่นทำให้เชลซีเองที่รั้งโควต้าสุดท้ายในการไปแชมเปี้ยนส์ลีก ใช่ว่าจะนั่งบนภูดูเพื่อนๆเค้าตะลุมบอนกันสบายๆ เพราะตัวเองถ้าเกิดยังทำผลงานตะกุกตะกักแบบนี้ก็มีสิทธิ์น้ำตาร่วงหลังพวงมาลัยได้เช่นกัน

กลายเป็นว่าเรื่องของการลุ้นแชมป์นั้นไม่ได้มีอะไรให้น่าตื่นเต้น แค่รอลุ้นว่าลิเวอร์พูลจะได้แชมป์เมื่อไหร่ และทำลายสถิติอะไรได้บ้าง ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เลสเตอร์ ซิตี้ นั้นก็ก้มหน้าก้มตาเก็บแต้มของตัวเองต่อไปเรื่อยๆ รักษาสถานภาพที่มีอยู่ให้อยู่ได้ตลอดรอดฝั่งน่าจะเพียงพอ

nn

ส่วนพื้นที่ที่เหลืออีกเพียง 1 โควต้านั้นคือสมรภูมิเดือดที่มีทีมที่มีลุ้นอย่างจริงจังไม่ต่ำกว่า 4 ทีม

ความร้อนระอุยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม โดยเฉพาะทีมระดับท็อปซิกซ์ที่มีลุ้นท็อปโฟร์ต่างพากันเสริมทัพเฮือกสุดท้ายเพื่อโควต้าที่ทุกคนหวังไว้

แมนฯ ยูไนเต็ด จัดทีเด็ดมาตัวเดียวเน้นๆ อย่าง บรูโน แฟร์นันเดส ที่สาวกปีศาจแดงคงไม่ต้องรออีก 48 ชั่วโมงต่อไป เนื่องจากนักเตะบินมาตรวจร่างกายและน่าจะพร้อมลงช่วยทีมอย่างช้าก็อาจจะเป็นเกมสัปดาห์หน้าโน้น

sss

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมอันดับ 6 ที่มีคะแนนเท่ากันกับผีแดงก็ได้ปีกตัวใหม่จาก พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น อย่าง สตีเวน เบิร์กไวจ์น และจัดการมอบสญญาถาวรให้ โจวานนี โล เซลโซ ที่ยืมมาจาก เรอัล เบติส เป็นที่เรียบร้อยแม้จะเสีย คริสเตียน เอริกเซน ไปก็ตาม

ส่วน ​อาร์เซนอล ซึ่งรั้งอันดับ 10 บนตาราง แม้ว่าจะมีแต้มห่างจากโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 10 แต้ม แต่พวกเขาก็พยายามดิ้นสุดตัว และมีแนวโน้มที่น่าจะดีขึ้นหลังได้ มิเกล อาร์เตตา มาคุมทีม โดยเพิ่งประกาศคว้าตัว ปาโบล มารี กองหลังสแปนิชมาเสริมหลังบ้านหลังจากยื้อกับฟลาเมงโกมาพอหอมปากหอมคอ

คงมีเพียงเชลซีที่เป็นข่าวกับคนนั้นคนนี้เพียงอย่างเดียว โดย แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้เป็นกุนซือก็ได้แต่ออกมากระตุ้นให้ ปีเตอร์ เช็ก และ มารีนา กรานอฟสเกีย 2 ผู้บริหารรีบทำงานด่วนก่อนตลาดวาย

ui

ยังไม่นับทีมที่พร้อมสอดแทรกอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หรือ เอฟเวอร์ตัน แม้ตัวเลขอันดับจะดูห่างไกลแต่คะแนนไม่ได้ห่างกันซักเท่าไหร่นัก

14 นัดต่อจากนี้ ทุกทีมที่ยังมีลุ้นจะมาเต้นโป๊งชึ่งกันเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้แล้ว พวกเขาต้องสร้างความคงเส้นคงวาเพื่อเป้าหมายสูงสุดในการกลับไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก กันอีกครั้งให้ได้ โดยเฉพาะทีมท็อปซิกซ์ของเมืองผู้ดี

เพราะหากพลาดอันดับ 4 บ่อยๆ อาจส่งผลให้บางทีมกลายเป็น “ทีมกลางตาราง” โดยสมบูรณ์แบบเลยก็เป็นได้

Source link

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on telegram
Telegram

ดราม่าท้ายเกม! ลิเวอร์พูลโดนVARริบ 2 หน ก่อนเสียจุดโทษ 90+3 โดนไบรท์ตันไล่เจ๊าสุดช็อก

ถือเป็นอีกหนึ่งเกมสุดดราม่า หลัง ลิเวอร์พูล ทำ 3 แต้มหลุดมือเมื่อมาเสียจุดโทษในช่วงทดเจ็บ โดน ไบรท์ตัน ตามตีเสมอ 1-1

Read More »

มาห์เรซแฮตทริก! เดอ บรอยน์จ่าย2-แมนซิตี้ถล่มเบิร์นลี่สบายเท้า

“เรือใบสีฟ้า” เจอกับงานไม่ยากหลังเปิดบ้านไล่ถล่ม เบิร์นลี่ย์ แบบสบายเท้า 5-0 คว้าชัยในลีกในรอบ 3 นัด โดยเกมนี้ ริยาด

Read More »

ราฟินญ่าซัดชัย! ลีดส์บุกเชือดเอฟเวอร์ตันสุดมัน เฮแรกในรอบ 4 เกม

“ยูงทอง” เก็บสามแต้มกลับบ้านจนได้ หลังบุกไปเอาชนะเจ้าถิ่น เอฟเวอร์ตัน 1-0 จากประตูชัยของ ราฟินญ่า แข้งบราซิเลี่ยนในช่วงท้ายเกม โดยเกมนี้ทั้งคู่แลกกันสนุกโอกาสยิงเกือบ 40

Read More »

เวสต์บรอมวิชสมหวังเฉือนเชฟยู ชนะเกมแรกในพรีเมียร์ลีกแล้ว

“เดอะ แบ็กกี้ส์” คว้าชัยชนะเกมแรกในลีกซีซั่นนี้แล้วหลังเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หวุดหวิด 1-0 เก็บสามแต้มพร้อมแซงฟูแล่ม และเบิร์นลี่ย์ ขึ้นไปอยู่อันดับ

Read More »

เปแอสเชแค่เสมอ! บอร์กโดซ์ดึงเจ๊าเสียฟอร์มก่อนบุกแมนยู

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สะดุดในลีกสองเกมติด ทำได้แค่เสมอกับ บอร์กโดซ์ 2-2 แบ่งคะแนน เสียฟอร์มก่อนมีคิวยกทัพเยือนถิ่น “ปีศาจแดง” แมนยู

Read More »

Leave a Replay