[OPINION] วิกฤติของ เชลซี และ “แฟรงค์ แลมพาร์ด”

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp
[OPINION] วิกฤติของ เชลซี และ "แฟรงค์ แลมพาร์ด"
banner 2
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ผลสะเทือนของเกมที่ ​เชลซี แพ้ ​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกม​พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุด อาจจะดูไม่รุนแรงมากเมื่อดูจากตารางอันดับ เพราะสิงห์บลูส์ก็ยังคงเหนียวแน่นที่อันดับ 4 ต่อไป

แม้ว่าระยะห่างที่แคบเข้ามาชนิดที่อีก 2-3 นัดต่อจากนี้ถ้ากระพริบตาปุ๊บอันดับอาจเปลี่ยนได้เลยก็ตาม แต่ถ้าลูกทีมพี่แฟรงค์กลับมาเก็บแต้มได้ก็น่าจะยังคงรักษาสถานภาพได้

อันนี้คิดแบบง่ายๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ง่ายอย่างที่คิด!

u

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกมนัดต่อไปที่พวกเขาจะต้องเจอกับอีกหนึ่งทีมที่กำลังลุ้นอันดับ 4 และมีแต้มไล่จี้อยู่เพียง 1 คะแนนซึ่งนั่นก็คือ​ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ของอดีตกุนซือของพวกเขาเองอย่าง โชเซ มูรินโญ

ในเกมแรกที่พบกัน แลมพาร์ดจัดการล้างครูมาแล้วด้วยสกอร์ 2-0 แน่นอนว่าครูก็ต้องคิดเอาคืนกันบ้าง เดี๋ยวจะหาว่าไร้น้ำยา

ปัญหาคือ ศิษย์อย่างซูเปอร์แฟรงค์จะเอาอะไรไปล้างครูอีกรอบ?

b

เพราะเมื่อดูจากเกมนัดล่าสุดที่เปิดบ้านให้แมนฯ ยูไนเต็ด มาย้ำแค้น จะพบว่าสถิติที่เกิดขึ้นนั้นมันบ่งบอกอะไรได้มากมาย เชลซีได้ส่องประตูปีศาจแดง ถึง 17 ครั้ง ครองบอลมากึง 62% ส่งบอลได้แม่นยำถึง 86% ส่งบอลกันทั้งเกม 607 ครั้ง เตะมุม 9 ครั้ง

แต่ทั้งหมดกลับได้มาซึ่งการยิงตรงกรอบเพียงครั้งเดียว!

เมื่อหันมาดูทางแมนฯ ยูไนเต็ด พวกเขามีโอกาสยิง 9 ครั้ง ครองบอล 38% ส่งบอลทั้งเกม 383 ครั้ง ความแม่นยำในการส่งบอลคิดเป็น 79% และเตะมุม 8 หน

ทั้งหมดที่ได้มาคือการยิงเข้ากรอบ 3 ครั้งเปลี่ยนเป็น 2 ประตู!

v

ทั้งหมดทั้งมวลนี้บอกกับเราว่า ทีมของเสี่ยหมีไร้ซึ่งความเฉียบขาดในแดนหน้าและกองหลังที่มีอยู่นั้นก็รั่วไหลเหมือนท่อประปาแตก

ความเจ็บปวดซ้ำสองก็คือ อาการบาดเจ็บของ เอ็นโกโล ก็องเต ที่มาเร็วจนแทบตั้งตัวไม่ทัน นี่ยังไม่นับการขาด แทมมี อับราฮัม กองหน้าตัวเก่งที่ไม่ได้ลงในเกมนี้ เลยทำให้สถิติการยิงประตูนั้นขี้เหร่แบบไม่น่าให้อภัย

จะว่าไป เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เชลซีตอนนี้มีปัญหาแทบทุกตำแหน่ง ไล่จากผู้รักษาประตู, กองหลัง, กองหน้า และผู้จัดการทีม

ตอนนี้คงไปพูดเรื่องผู้เล่นอะไรมากไม่ได้ เพราะเดือนมกราคมพวกเขาไม่ได้เสริมใครเข้ามาแม้แต่คนเดียว ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้พี่แฟรงค์หงุดหงิดใจไม่น้อย แต่ยังดีที่บอร์ดเดินเรื่องเร็วด้วยการคว้า ฮาคิม ซิเย็ค มาครอบครองล่วงหน้า และน่าจะได้อีก 1-2 ตัวตามมาในไม่ช้า

h

สิ่งที่ต้องโฟกัสคือ แลมพาร์ดจะพาลูกทีมกลับมารักษาสถานภาพอันดับ 4 ของพวกเขาได้หรือไม่ เมื่อดูจากขุมกำลังที่เหลือและขุมปัญญาของตัวเขาเอง

แดนหน้าคงต้องเปลี่ยนเป็น โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ทำผลงานได้น่าพอใจในเกมล่าสุด ส่วน เดอะ แบทแมน ก็อาจจะต้องสนับก้นรอโอกาสแทน

แดนกลางถือว่าไม่ขี้เหร่ แม้จะไม่มีก็องเตแต่ที่เหลืออย่าง จอร์จินโญ, มาเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลีย์ และ เมสัน เมาท์ น่าจะพอช่วยกันประคับประคองได้

แต่ที่น่าห่วงสุดๆก็คือ กองหลัง ที่ไม่ว่าใครจะลงสนามก็ทำเอากุนซือวัย 41 ปีต้องเอาเท้าก่ายหน้าผากทุกครั้ง ซึ่งวิธีที่แก้ไขได้ดีที่สุดในตอนนี้คือต้องทำความเข้าใจระบบเกมรับกันใหม่ โดยเฉพาะลูกเซ็ตพีซที่กลายเป็นจุดอ่อนของพวกเขาไปในซีซั่นนี้

y

ส่วนผู้รักษาประตู ให้เลวร้ายยังไงก็ควรดึงเกปากลับมาเฝ้าเสาเหมือนเดิม เพราะดูแล้วน้าวิลลี กาบาเยโร ไม่น่าจะไหว

ยิ่งเมื่อดูเกม 5 เกมต่อจากนี้ พวกเขาจะต้องเจอกับทีมระดับท็อปทั้งนั้น ไว่าจะเป็น ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, บาเยิร์น มิวนิค (UCL), ลิเวอร์พูล (เอฟเอ คัพ) และ เอฟเวอร์ตัน มีเกมเยือน บอร์นมัธ ที่อาจจะไม่ยากนัก แต่ฟอร์มแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ดังนั้น ที่เหลือนับจากนี้ของแลมพาร์ดจะพลาดไม่ได้อีกแล้ว เพราะทีมที่ตามหลังมากำลังโกยแต้มไล่บี้มาแบบไม่ให้หายใจหายคอได้สะดวก

มิเช่นนั้น ซูเปอร์แฟรงค์ อาจจะต้องเก็บของออกจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจบซีซั่นนี้ก็เป็นได้

Source link

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on telegram
Telegram

โซลชา รับเห็น ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์แล้วเจ็บปวด

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับกันแบบตรงๆ ว่ารู้สึกเจ็บปวดที่เห็นคู่อริตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสำเร็จในฤดูกาลนี้

Read More »

สามแต้มชัวร์! โอเว่น ฟันธงหงส์มาแน่คืนนี้

ไมเคิ่ล โอเว่น ตำนานกองหน้าบัลลงดอร์ มั่นใจสุดขีดว่าทีมเก่าของตนอย่าง ลิเวอร์พูล จะสามารถบุกไปเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ได้ถึงกูดิสัน พาร์ค ในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ คืนวันอาทิตย์นี้

Read More »

เดวีส์ คว้าแข้งดาวรุ่งแห่งปีของบุนเดสลีกาเหนือ ฮาแลนด์

อัลฟอนโซ เดวีส์ วิงแบ็ก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ที่เพิ่งทำสถิติแข้งวิ่งเร็วที่สุดในบุนเดสลีกา ด้วยเวลา 36.5 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง และช่วยทีมซิวถาดแชมป์ลีกไปครองอย่างยิ่งใหญ่

Read More »

ริชาร์ลิซอน ยก 3 กองหลังเหนือกว่า ฟาน ไดค์

เอฟเวอร์ตัน มีคิวเปิดรังกูดิสัน พาร์ค ทำศึกเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์นี้ ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดรีสตาร์ทหลังโควิด-19

Read More »

Leave a Replay