ไขคำตอบจากวิทยาศาสตร์ : ทำไมลูกโค้งของ เดวิด เบ็คแฮม จึงไม่เหมือนใครในโลก

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp
ไขคำตอบจากวิทยาศาสตร์ : ทำไมลูกโค้งของ เดวิด เบ็คแฮม จึงไม่เหมือนใครในโลก
banner 2
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

“ในหัวของพวกเขา (เบ็คแฮม) จะต้องมีการคำนวนหาวิถีที่มีรายละเอียดอย่างมากในไม่กี่วินาที ซึ่งเกิดขึ้นจากสัญชาตญาณและการฝึกฝน ในขณะที่คอมพิวเตอร์ของเราใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการทำสิ่งเดียวกัน” ดร. คีธ ฮานนา นักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาลูกยิงของ เดวิด เบ็คแฮม อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษกล่าว

“แม้ว่าเราจะสามารถอธิบายหลักทางวิทยาศาสตร์ในสิ่งที่เขาทำออกมาได้ แต่มันก็ยังมหัศจรรย์ที่ได้เห็น” 

ในยุคหนึ่งฟรีคิกของ เดวิด เบ็คแฮม ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพ หากอยู่ในระยะทำการ น้อยมากที่ผู้รักษาประตูคู่แข่งจะรับมือได้

ในเชิงสถิติเขาอาจจะเป็นรอง จูนินโญ แปร์นัมบูกาโน ที่เป็นเจ้าของตำแหน่งนักเตะที่ยิงฟรีคิกได้มากที่สุดในโลก แต่ความอันตรายอาจจะไม่แพ้กัน เพราะมันทั้งแรง ทั้งเร็ว และที่สำคัญมันยังมีแนวโค้งที่เป็นเอกลักษณ์ จนยากจะเลียนแบบ

เขาทำได้อย่างไร ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกับ Main Stand

นักเตะเท้าชั่งทอง 

แม้ว่าในโลกใบนี้ จะมีผู้เล่นที่ยิงฟรีคิกได้อยู่มากมาย แต่มีนักเตะจำนวนเพียงจำนวนหยิบมือที่จะเป็นที่จดจำในฐานะ “จอมเตะฟรีคิก” และ เดวิด เบ็คแฮม ก็สามารถนำชื่อของตนเข้าเป็นหนึ่งในนั้น


Photo : www.vancouversun.com

เขาเริ่มสร้างชื่อจากดาวรุ่งชุด “คลาส ออฟ ‘92” ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนจะได้รับการยกย่องว่าเป็นปีกขวาที่เปิดบอลได้แม่นที่สุดในเกาะอังกฤษ การันตีได้จากจำนวน 80 แอสซิสต์ที่ทำได้ในพรีเมียร์ลีก และโยกย้ายไปค้าแข้งในต่างแดนกับหลายทีมดัง ทั้ง เรอัล มาดริด, แอลเอ กาแล็กซี, เอซี มิลาน และ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง

ในขณะเดียวกัน ฝีไม้ลายมือในการเล่นลูกตั้งเตะของเขาก็เป็นที่ครั่นคร้ามในยุโรป มันคือหนึ่งในอาวุธที่ทรงอานุภาพของเบ็คแฮม ไม่ว่ายามลงเล่นให้กับสโมสร หรือรับใช้ทีมชาติอังกฤษ

เขาเป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่ยิงฟรีคิกได้มากที่สุดตลอดกาลในพรีเมียร์ลีกด้วยจำนวน 18 ประตู และอันดับ 5 ของโลก ด้วยจำนวน 66 ประตูตลอดชีวิตการค้าแข้ง ตามหลังอันดับ 1 อย่างจูนินโญ อยู่ 11 ประตู

นอกจากนี้ เขามักจะยิงฟรีคิกในช่วงเวลาสำคัญได้เสมอ ที่ทำให้ประตูที่เกิดขึ้นจากปลายสตั๊ดของเขาล้วนน่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็น ฟรีคิกที่ยิงใส่บาร์เซโลนา ในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 1998-99 ซึ่งเป็นปีที่ปีศาจแดงคว้าทริปเปิลแชมป์ หรือฟรีคิกยิงตีเสมอกรีซในช่วงทดเจ็บ ที่ช่วยให้อังกฤษการันตีเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก 2002 รอบสุดท้าย


Photo : www.telegraph.co.uk

ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฟรีคิกของเบ็คแฮม มีความอันตรายคือลูกโค้งที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา ประตูที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ หากไม่โค้งหนีมือผู้รักษาประตู ก็จะเป็นลูกโค้งอ้อมกำแพงแล้วเสียบเสาเข้าไปทั้งสิ้น

“สิ่งที่น่าเหลือเชื่อเกี่ยวกับฟรีคิกของเบ็คแฮมคือเป็นการผสมผสานกันของการปั่นไซด์และความแรง มันเป็นเทคนิคที่ยอดเยี่ยม เขาถอยออกมาเพียงหนึ่งหรือสองเมตร ก็สามารถยิงได้รุนแรงขนาดนั้น” โรนัลด์ คูมัน หนึ่งในจอมเตะฟรีคิกกล่าวกับ Independent
อะไรอยู่เบื้องหลังความสามารถนี้

แมกนัส เอฟเฟค 

เบ็คแฮมเป็นหนึ่งในนักเตะที่ชอบยิงลูกโค้งมากที่สุดในโลก เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ของประตูจากลูกฟรีคิกที่เขาทำได้ ล้วนเกิดมาจากการ “ปั่นโค้ง” แทบทั้งสิ้น


Photo : sports.yahoo.com

ทั้งประตูแรกในนามทีมชาติอังกฤษ ที่ยิงโคลอมเบียในฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส หรือประตูที่ยิงบาร์เซโลนาในรอบแบ่งกลุ่ม UCL ปีเดียวกัน ก็มาจากลูกโค้งข้ามกำแพงแล้วหนีมือผู้รักษาประตูเข้าไป

ลูกโค้งของเขามีชื่อเสียงมาก ถึงขนาดในปี 2002 มีภาพยนตร์ที่ชื่อว่า “Bend it like Beckham” ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เขาซึ่งเป็นที่จดจำจากการปั่นฟรีคิกไซด์โค้งเพื่อทำประตูเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี ฟรีคิกที่เป็นเอกลักษณ์ของเบ็คแฮมไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ มันสามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ที่เรียกกันว่าปรากฎการณ์ แมกนัส เอฟเฟค

แมกนัส เอฟเฟค เป็นปรากฎการณ์ที่ค้นพบโดย เฮนริค กุสตาฟ แม็กนัส นักวิจัยชาวเยอรมัน โดยเมื่อลูกบอล “หมุน” แหวกผ่านอากาศอย่างรวดเร็วนั้น มันจะดึงเอาอากาศที่อยู่รอบตัวหมุนไปด้วย

และในขณะที่ลูกบอลหมุน อากาศที่เคลื่อนที่ผ่านลูกบอลซีกหนึ่งจะเคลื่อนที่เร็วขึ้น ส่วนอีกฟากหนึ่งจะเคลื่อนที่ช้าลง ฝั่งที่เคลื่อนที่เร็วจะมีแรงดันน้อยกว่า จึงทำให้ลูกบอลวิ่งออกไปเป็นวิถีโค้ง

ทั้งนี้ เคยมีคนพิสูจน์ทฤษฎีนี้ด้วยการโยนลูกบาสจากเขื่อนที่สูงหลายร้อยเมตร โดยครั้งแรกเขาโยนมันลงไปตรงๆ ซึ่งทำให้ลูกบาสตกลงมาตรงๆ ไม่ได้เคลื่อนที่ไปจากจุดที่โยนมากนัก

ต่อมาเขาลองหมุนลูกบาสเข้าหาตัว แล้วค่อยปล่อยมือพบว่า ลูกบาสสามารถเดินทางในอากาศได้นานขึ้น ก่อนจะลอยไปตกในจุดที่ไกลกว่าจุดปล่อยหลายเมตร

“มันเป็นหลักฟิสิกส์ของลูกฟุตบอลที่เหมือนกับลูกโค้งของลูกบอลชนิดอื่น” ลู บลูมฟิลด์ ศาสตราจารย์ทางฟิสิกส์ แห่งมหาวิทยาลัย เวอร์จีเนีย และเจ้าของผู้แต่งหนังสือ How Things Work: The Physics of Everyday Life กล่าว

“ลูกโค้งเป็นคุณสมบัติที่เกิดขึ้นจากแรงแมกนัส เมื่อลูกบอลหมุน อากาศก็มีแนวโน้มที่จะวิ่งเข้าหาด้านหนึ่งมากกว่าอีกด้านหนึ่ง เพราะมันถูกดึงเข้ามาด้วยพื้นผิวของลูกบอล” 

“สิ่งนี้ทำให้บอลสามารถลอยสูงขึ้นไปในทิศทางไหนก็ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับทิศทางในการหมุนของลูกบอล”  


Photo : www.chinadaily.com.cn

แน่นอนว่า ฟรีคิกของเบ็คแฮม ได้รับอิทธิพลมาจากปรากฎการณ์นี้โดยตรง โดยเฉพาะ ประตูอันโด่งดังของเขาในเกมพบกรีซ ที่ตอนแรกเหมือนจะลอยไปทางซ้ายของผู้รักษาประตูหรือมุมขวาของประตู แต่กลับโค้งเข้ามาเสียบมุมซ้ายเข้าประตูไป

“ลูกยิงของเขามีความเร็ว 80 ไมล์ (128 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง จากระยะ 27 เมตร และขยับออกไปจากด้านข้างกว่า 2 เมตร เนื่องด้วยปริมาณการหมุน ช่วงครึ่งหลังมันลดความเร็วทันทีเหลือ 42 ไมล์ (67 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง ก่อนจะมุดลงและเสียบเข้าไปด้านบนของมุมประตู” ดร.คีธ ฮานนา นักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาเบื้องหลังลูกยิงดังกล่าวอธิบาย

อย่างไรก็ดี การยิงลูกโค้งเป็นสิ่งที่ใครๆ ทำได้หากฝึกฝน แต่เหตุใดลูกฟรีคิกของเบ็คแฮมจึงไม่เหมือนใคร

ท่ายิงที่เป็นเอกลักษณ์ 

อย่างที่ศาสตราจารย์บลูมฟิลด์อธิบายไว้ข้างต้น การเตะลูกโค้งเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ไม่ยากเย็น แถมยังสามารถประยุกต์ใช้กับกีฬาอื่นๆ อย่าง เทนนิส เบสบอล หรือแม้แต่กอล์ฟได้ แต่สิ่งที่ทำให้ เบ็คแฮมต่างไปจากคนอื่นคือท่ายิงที่มีรูปแบบเฉพาะตัว


Photo : www.insideworldsoccer.com

ด้วยความที่เบ็คแฮม เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD) ทำให้เขาเป็นคนค่อนข้างเจ้าระเบียบ ทุกอย่างต้องจัดเรียงอย่างลงตัว อย่างของในตู้เย็น ก็จะต้องจัดให้มีจำนวนครบคู่อยู่เสมอ และมันก็ส่งผลมาถึงการยิงฟรีคิก ที่มีรูปแบบการยิงที่เหมือนเดิมทุกครั้งจนเป็นเอกลักษณ์

วิธีการยิงของเขาจะเริ่มจากการวางบอล แล้วถอยออกไปราว 6-7 ก้าว จากนั้นจะจัดตัวเองให้ยืนเฉียงเป็นมุม 45 องศา และจะวิ่งเข้าหาบอลจากองศานี้เท่านั้น

ในจังหวะที่วิ่งเข้าหาบอลเขาจะไม่ใช้ความเร็วมาก และวางเท้าข้างไม่ถนัดให้ห่างจากบอลราว 5-6 นิ้ว ซึ่งในขณะดังกล่าวเขาจะเหวี่ยงแขนข้างไม่ถนัดเป็นวงกลม เพื่อช่วยเพิ่มแรง โดยยืดแขนออกไปด้านหน้าก่อน แล้วค่อยวาดแขนกลับมาด้านหลังตอนที่เท้าสัมผัสกับบอล

ส่วนตอนที่เท้าโดนบอล เขาจะบิดตัวเล็กน้อยเพื่อทำให้บอลลอยสูง และใช้ข้างเท้าด้านในสัมผัสบอลเท่านั้น จากนั้นเมื่อเตะบอลไปแล้ว จะปล่อยให้เท้าเคลื่อนตามลูกบอล ส่วนเข่าจะหยุดการเคลื่อนไหว ในขณะที่ไหล่และหลังจะเอียงไปด้านหลัง และเมื่อลดแขนต่ำลงก็จะสิ้นสุดกระบวนการ

“เขา (เบ็คแฮม) จบการยิงได้อย่างเฉียบคม เหมือนกับดีดหนังยาง” กอร์ดอน ฮิลล์ อดีตแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญในด้านการยิงฟรีคิกอธิบายกับ Independent

“นิ้วเท้าของเขาชี้ลง และอยู่ห่างจากตัว มันเหมือนกับนักบัลเลต์ แต่เขาพยายามให้บอลอยู่บริเวณข้างเท้าด้านใน ซึ่งนี่คือความแตกต่างอย่างอย่างชัดเจน แม้แต่ลูกครอสที่เขาเปิดให้เพื่อนร่วมทีมโหม่งทำประตูก็ยังเป็นเช่นที่ว่า แค่มันสูงกว่าเดิมเท่านั้นเอง”

“ความจริงก็คือการที่นิ้วเท้าชี้ลงมีผลทำให้เกิดความโค้งมากขึ้น ไม่มีทางที่ผู้รักษาประตูจะหยุดมันได้หากยิงได้อย่างถูกต้อง”

ด้วยวิธีการเตะที่เป็นเอกลักษณ์ และทรงประสิทธิภาพนี้ ทำให้นักเตะหลายคนพยายามเลียนแบบ หนึ่งในนั้น คือ เซบาสเตียน ลาร์สสัน ที่โด่งดังในสีเสื้อของซันเดอร์แลนด์ เขาใช้ลูกยิงของเบ็คแฮมเป็นต้นแบบ ก่อนพัฒนาเป็นของตัวเอง จนกลายเป็นเป็นหนึ่งในจอมเตะลูกนิ่งของพรีเมียร์ลีก

“ในสมัยเด็ก คุณมักจะพยายามเลียนแบบใครสักคน สำหรับผมจนถึงทุกวันนี้ ผมคิดว่าเขาคนนั้นคือเบ็คแคม หากพูดถึงลูกตั้งเตะ เขาคือคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา” ลาร์สสันกล่าวกับ Independent


Photo : rokerreport.sbnation.com

“ผมมองเขามาตั้งแต่ผมยังเด็กๆ เขาวิ่งแบบไหน เตะบอลแบบไหน ผมพยายามจะเลียนแบบ” 

“สิ่งที่ผมจำได้ตั้งแต่ผมยังเด็กๆ คือวิธีวิ่งของเขา มุมที่เขาเข้าหาบอลและวิธีทำให้บอลมุดลงอย่างรวดเร็ว ผมดูตั้งแต่การใช้เท้าสัมผัสบอลและวิธียิง ผมจำได้ว่าเขาวางเท้ายิงค่อนข้างไกลจากบอล ผมพยายามทำตาม พยายามหาทาง ในที่สุดก็เจอทางของตัวเอง’” 

นอกจากนี้ ท่ายิงที่สมบูรณ์แบบของเบ็คแฮม ยังทำให้มหาวิทยาลัยเลสเตอร์ ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยศึกษาจากมุมในการยิง ระยะทางถึงประตู หรือแม้กระทั่งความหนาแน่นของอากาศ จนได้สมการที่อ้างว่าจะสามารถยิงฟรีคิกได้อย่างสมบูรณ์แบบทุกครั้ง

“สูตรนี้อาจจะดูซับซ้อน แต่ในความเป็นจริง มันคือการอธิบายทางคณิตศาสตร์ในสิ่งที่นักฟุตบอลเก่งๆ สามารถทำได้ทุกครั้งในการเตะฟรีคิกหรือจุดโทษ” จัสมิน สันธุ นักเรียนปริญญาเอกผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์และอวกาศของมหาวิทยาลัยเลสเตอร์กล่าว

“ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้เล่นอยู่ห่างจากเส้นประตู 15 เมตร ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่เกิดขึ้นในฟุตบอล มันจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 35 เมตรต่อวินาที และมีความเร็วเชิงมุม 10 รอบต่อวินาที ทำให้บอลเบี่ยงไปจากจุดเดิม 5 เมตรไปสู่ประตู” 

แต่ถึงอย่างนั้น แม้จะรู้วิธีการยิง หรือมีสมการที่ตายตัว แต่ก็ไม่มีใครยิงได้เหมือนและมีประสิทธิภาพเท่าตัวเขาเอง เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

ลักษณะทางร่างกายที่พิเศษ 

นอกจากเบ็คแคมจะมีส่วนสูง 183 เซนติเมตร ซึ่งถือว่ารูปร่างกำลังพอเหมาะ สำหรับตำแหน่งกองกลางแล้ว เขายังมีลักษณะร่างกายที่ต่างไปจากคนอื่น ที่ทำให้เขาสามารถเตะฟรีคิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Photo : www.sportsmole.co.uk

อย่างที่เห็นกันบ่อยๆ เบ็คแฮม จะใช้ข้างเท้าด้านในปั่นบอลอยู่เสมอ และต้องจัดระเบียบเท้าให้เหมือนเดิมทุกครั้ง โดยเตะปั่นบอลให้เหมือนกับการตีเทนนิส เพื่อให้ลูกโค้งได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“สิ่งที่เราค้นพบคือเขาเตะตรงด้านข้างของลูกบอลเพื่อให้มันหมุนออกด้านข้างและและเกิดเป็นลูกโค้ง แต่เขาสามารถจัดระเบียบเท้าของเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ทำให้บอลหมุนไปด้านหน้าเพื่อลอยสูงและมุดลง” แมต คาร์เร ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยด้านวิศวกรรม-กีฬา แห่งมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ กล่าว

“เขาเป็นคนที่มีเอกลักษณ์มากในวิธีที่ใช้เท้าสัมผัสกับบอล มันแทบจะเหมือนเขาตีบอลในวิธีเดียวกับที่นักเทนนิสทำ” 

อย่างไรก็ดี การยิงในลักษณะนี้ ในความเป็นจริง หากเป็นคนทั่วไปจะทำให้เกิดท่ายิงที่ค่อนข้างประหลาด เพราะเท้าซ้ายที่รับน้ำหนักไว้ทั้งหมดขณะเตะจะอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม จนอาจทำให้ล้ม หรือเท้าขวาเตะไปโดนเท้าซ้ายได้

แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเบ็คแฮม ด้วยความที่เขามีขาข้างหนึ่งที่สั้นกว่าอีกข้างหนึ่ง ซึ่งเขาค้นพบโดยบังเอิญ ตอนเซ็นสัญญากับ เรอัล มาดริด และความผิดปกตินี้ ก็ทำให้ร่างกายเขาสามารถรักษาสมดุลย์ได้ แม้จะเตะฟรีคิกในท่าที่ดูเก้ๆ กังๆ สำหรับคนอื่นก็ตาม


Photo : www.dailymail.co.uk

“ผมคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากลักษณะทางกายวิภาค (ของเบ็คแคม) การทำให้เท้าขวาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แล้วเท้าซ้ายตั้งอยู่ในตำแหน่งที่บิดเบี้ยวมาก เอาเข้าจริงถือว่าแปลก” คาร์เรกล่าวต่อ

“แต่เรายังรู้ด้วยว่าเขาฝึกซ้อมแบบนี้มาโดยตลอดตั้งแต่เขายังเป็นนักฟุตบอลหนุ่ม เหมือนกับที่ ไทเกอร์ วูดส์ ฝึกลูกแบ็คสปินของเขากับลูกกอล์ฟ มันจึงเป็นเทคนิคที่เกิดจากการคิดอย่างรอบคอบมาก”    

แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นจอมเตะฟรีคิกที่โลกจารึกก็ไม่ใช่อะไร แต่เป็นความรักในกีฬาฟุตบอลของตัวเขาเอง ที่ทำให้เขามุ่งมั่นในการฝึกซ้อม โดยเฉพาะการเตะลูกฟรีคิก ตั้งแต่อดีตจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตนักเตะอาชีพ

“ผมต้องเตะฟรีคิกมาเป็นหมื่น หรือบางทีอาจจะเป็นแสนๆ ครั้ง ผมมักจะออกไปสวนสาธารณะใกล้บ้าน วางลูกบอลลงบนพื้น และเล็งไปที่ลวดตาข่ายเหนือหน้าต่างของอาคารของชุมชน” เบ็คแฮมกล่าวกับ Daily Mail

“พอพ่อกลับมาจากทำงาน เราจะออกไปหาเสาประตูเล่นกัน เขาจะยืนอยู่ระหว่างผมกับประตู บังคับให้ผมเตะบอลให้โค้งใกล้ๆ ตัวเขา คนที่มองว่าต้องคิดว่าเราบ้าอย่างแน่นอน เราเล่นกันต่อแม้อาทิตย์จะตกดิน เล่นโดยใช้แสงที่มาจากหน้าต่างของบ้านรอบๆ สนาม” 

“ผมยังเล่นต่อตอนกลับมาบ้าน ผมไม่ได้รับอนุญาตให้เล่นฟุตบอลในบ้าน ผมจึงฝึกเตะใส่ตุ๊กตาแคร์แบร์ของน้องสาวในห้องนอน แม่ของผมคิดว่ามันตลก แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าผมรักฟุตบอลขนาดไหน สำหรับผมยังไงก็ไม่พอ”  


Photo : www.stepzean.com

แม้ว่าจะเลิกเล่นไปตั้งแต่ปี 2013 แต่เบ็คแฮม ก็ยังข้องเกี่ยวกับวงการฟุตบอล เขาเป็นเจ้าของทีม อินเตอร์ ไมอามี ที่กำลังสร้างทีมเข้าไปเล่นใน เมเจอร์ ลีก ซอคเก้อร์ ของอเมริกาในฤดูกาล 2020 และเป็นผู้ถือหุ้นของ ซัลฟอร์ด เอฟซี ร่วมกับเพื่อนชุด คลาส ออฟ ’92

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในโลกลูกหนังของเบ็คแฮม ที่ในด้านหนึ่งทำให้เขากลายเป็นที่จดจำ ในฐานะนักเตะที่ยิงฟรีคิกสุดโค้งที่เป็นเอกลักษณ์ จนยากจะเลียนแบบ แม้กระทั่งปัจจุบัน

ราวกับว่า “Bend it like Beckham” (โค้งได้เหมือนเบ็คแฮม) นั้นไม่เคยมีใครทำได้ นอกจากตัวเขาเอง

Source link

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on telegram
Telegram

ดราม่าท้ายเกม! ลิเวอร์พูลโดนVARริบ 2 หน ก่อนเสียจุดโทษ 90+3 โดนไบรท์ตันไล่เจ๊าสุดช็อก

ถือเป็นอีกหนึ่งเกมสุดดราม่า หลัง ลิเวอร์พูล ทำ 3 แต้มหลุดมือเมื่อมาเสียจุดโทษในช่วงทดเจ็บ โดน ไบรท์ตัน ตามตีเสมอ 1-1

Read More »

มาห์เรซแฮตทริก! เดอ บรอยน์จ่าย2-แมนซิตี้ถล่มเบิร์นลี่สบายเท้า

“เรือใบสีฟ้า” เจอกับงานไม่ยากหลังเปิดบ้านไล่ถล่ม เบิร์นลี่ย์ แบบสบายเท้า 5-0 คว้าชัยในลีกในรอบ 3 นัด โดยเกมนี้ ริยาด

Read More »

ราฟินญ่าซัดชัย! ลีดส์บุกเชือดเอฟเวอร์ตันสุดมัน เฮแรกในรอบ 4 เกม

“ยูงทอง” เก็บสามแต้มกลับบ้านจนได้ หลังบุกไปเอาชนะเจ้าถิ่น เอฟเวอร์ตัน 1-0 จากประตูชัยของ ราฟินญ่า แข้งบราซิเลี่ยนในช่วงท้ายเกม โดยเกมนี้ทั้งคู่แลกกันสนุกโอกาสยิงเกือบ 40

Read More »

เวสต์บรอมวิชสมหวังเฉือนเชฟยู ชนะเกมแรกในพรีเมียร์ลีกแล้ว

“เดอะ แบ็กกี้ส์” คว้าชัยชนะเกมแรกในลีกซีซั่นนี้แล้วหลังเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หวุดหวิด 1-0 เก็บสามแต้มพร้อมแซงฟูแล่ม และเบิร์นลี่ย์ ขึ้นไปอยู่อันดับ

Read More »

เปแอสเชแค่เสมอ! บอร์กโดซ์ดึงเจ๊าเสียฟอร์มก่อนบุกแมนยู

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สะดุดในลีกสองเกมติด ทำได้แค่เสมอกับ บอร์กโดซ์ 2-2 แบ่งคะแนน เสียฟอร์มก่อนมีคิวยกทัพเยือนถิ่น “ปีศาจแดง” แมนยู

Read More »

Leave a Replay