โอบาเมย็องซัดโทษ! อาร์เซน่อลบุกชนะแมนยูในรอบ 14 ปี-ผีแย่แพ้คารัง 3 นัด

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp
banner 2

อาร์เซน่อล บุกมาคว้าชัย แมนฯยูไนเต็ด 1-0 จากประตูชัยของ ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง ที่ซัดจุดโทษในครึ่งหลัง ซึ่งเป็นชัยชนะหนแรกเหนือ “ปีศาจแดง” ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในรอบ 14 ปี เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 12 คะแนน รั้งอันดับ 8 ส่วนผีแดงแพ้ในบ้านเป็นเกมที่ 3 รั้งอันดับ 15 มี 7 คะแนน ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด 

    “บิ๊กแมตช์” พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน แมนฯยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล โดยผลงานล่าสุดของทั้งสองทีม “ปีศาจแดง” วีกที่แล้วเสมอกับ เชลซี 0-0 ก่อนเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก จะไล่ถล่ม ไลป์ซิก ขาดลอย 5-0 ส่วนทางฝั่ง “ปืนใหญ่” แพ้คาบ้านให้ เลสเตอร์ 0-1 ก่อนจะไล่ต้อนเอาชนะ ดัลดอล์ค 3-0 ในเกมยูโรปา ลีก    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เกมนี้ลงคุมนัดที่ 100 รวมทุกรายการส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ยืนคู่กับ เมสัน กรีนวู้ด โดยมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส รับบทเพลย์เมกเกอร์หลังคู่หน้า ส่วน มิเกล อาร์เตต้า ใช้สามประสานแดนหน้าอย่าง  วิลเลี่ยน, อเลซ็องด์ ลากาแซตต์ และปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง ล่าตาข่าย

    เกมช่วง 10 นาทีแรก สู้กันอย่างสนุกสูสี แต่ยังหาโอกาสเข้าทำกันยังไม่ได้ แม้ว่าทีมเยือน อาร์เซน่อล จะมีลุ้นจากลูกเตะมุมมากกว่า

    นาที 14 ไอ้ปืนใหญ่ เกือบได้ลุ้นขึ้นนำก่อน หลัง วิลเลี่ยน ไหลสั้นๆให้ เบเยริน ที่วิ่งอ้อมมาข้างหลังปาดเลียดแรงไปในกรอบ 6 หลา ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง พุ่งมาชาร์ตแต่ไม่ทันบอลเลยหลังไปอย่างน่าเสียดาย

    นาที 21 โอกาสยิงเข้ากรอบหนแรกของ “ผีแดง” เกือบได้ลุ้นขึ้นนำทันที เป็นจังหวะที่ แรชฟอร์ด เปิดเลียดทะลุไปเสาไกลให้ เมสัน กรีนวู้ด ซัดด้วยซ้ายมุมแคบไปติดเซฟของ แบรนด์ เลโน่ ก่อนบอลกระดอนมาชน ร็อบ โฮลดดิ้ง ออกหลัง

    นาที 37 อาร์เซน่อล เกือบได้ลุ้นประตูหลัง เบเยริน ตักบอลยาวมาเสาไกลให้ โอบาเมย็อง ก่อนจะจ่ายเข้ากลาง อเลซ็องด์ ลากาแซตต์ กำลังจะง้างยิงอยู่แล้วแต่โดน วิคตอร์ ลินเดเลิฟ สะกิดบอลทำลายจังหวะเปลี่ยนทางอย่างหวุดหวิด

    กลายเป็นอาคันตุกะที่ปั้นเกมรุกได้ดีกว่า นาที 39 ปืนใหญ่ยังได้เสียวต่อเนื่อง คราวนี้ ลินเดเลิฟ ทำเสียบอลให้ วิลเลี่ยน ซัดด้วยขวาบอลพุ่งไปแฉลบคานออกหลังอย่างน่าเสียดาย

    นาที 44 วิลเลี่ยน ได้บอลทางขวาก่อนคืนหลังให้ เอ็คตอร์ เบเยริน ครอสเข้ากลางให้ บูกาโย่ ซาก้า ชิงขึ้นโขกข้ามคานไปแบบได้เสียว

    จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ยังเสมอกับ อาร์เซน่อล 0-0

    ครึ่งหลัง แค่นาที 46 แม็คโทมิเน่ย์ ตัดบอลได้ก่อนมาเข้าเท้า บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดเต็มข้อบอลพุ่งแรงไปแฉลบหัว กาเบรียล มากัลเญส อีกนาทีถัดมา “ผีแดง” ได้ลุ้นอีก คราวนี้ บรูโน่ เปิดคอนเนอร์มาเข้าหัว แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แต่โดนเบียดทำให้โขก
หลุดกรอบออกไป

    นาที 52 อาร์เซน่อล ได้สวนกลับหลัง อเลซ็องด์ ลากาแซตต์ ฉกบอลจาก เฟร็ด ตรงกลางมาได้ก่อนลากมาหน้าประตูแล้วไหลออกซ้ายให้ โอบาเมย็อง วิ่งมาปั่นด้วยขวาบอลพุ่งถากเสาออกไปชนิดน่าเสียดาย

    นาที 56 “ผีแดง” ก็พลาดโอกาสชิงขึ้นนำเช่นกันหลัง ได้ฟรีคิกทางด้านซ้าย ลุค ชอว์ เปิดโค้งไปเสาไกลให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โขกย้อนไปเสาแรกหลุดกรอบแบบหวุดหวิด

    ทว่าอีกสองนาทีต่อมา อาร์เซน่อล ตอบโต้มาบ้าง โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ แย่งบอลจิ้มต่อให้ โธมัส ปาร์เตย์ เบียดกับเฟร็ดเข้าไปซัดด้วยขวาแต่บอลพุ่งไปเข้ามือ ดาบิด เด เคอา

    นาที 65 ลูกทีมของ อาร์เตต้า ได้เสียวอีก คราวนี้ คีแรน เทียร์นี่ย์ กึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้ากรอบ บอลพุ่งแรงจน ดาบิด เด เคอา ต้องทุบออกไป บอลไปเข้าเท้า โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ แต่ซัดด้วยขวานอกกรอบพุ่งหลุดกรอบออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

    นาที 68 อาร์เซน่อล มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง ปอล ป็อกบา ไปเสียเหลี่ยมกลายเป็นเข้าบอลช้ากว่า เบเยริน กลายเป็นฟาวล์ ผู้ตัดสิน ไมค์ ดีนชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง จะซัดเข้าไป ชนิดที่ เด เคอา พุ่งผิดทาง อาร์เซน่อล
บุกมาขึ้นนำ 1-0

    นาที 75 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนสองคนรวด ส่ง เอดินสัน คาวานี่ และดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงไปเล่นแทน เมสัน กรีนวู้ด และบรูโน่ แฟร์นันด์ส ขณะที่ “ปืนใหญ่” ส่ง เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ ลงมาเล่นแทน อเลซ็องด์ ลากาแซตต์ 

    เจ้าบ้านเร่งเกมรุกอย่างหนัก นาที 79 ป็อกบา ไหลออกขวาให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก่อนตะบันด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งไปแฉลบ แม็คโทมิเนย์ ออกหลัง

    นาที 85 แมนฯยูไนเต็ด ชวดโอกาสได้ลูกตีเสมอ หลัง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ครอสบอลไปชน โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ก่อนบอลไปแฉลบหน้า เลโน่ แล้วพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย
    
    จบเกม แมนฯยูไนเต็ด แพ้คาบ้านให้ อาร์เซน่อล 0-1 ส่งผลให้ “ปืนใหญ่” บุกมาชนะที่โอลด์แทรฟฟอร์ดเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี นับแต่ปี 2006 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 12 คะแนน ขึ้นไปรั้งอันดับ 8 ขณะที่ “ปีศาจแดง” แพ้คาบ้านเป็นนัดที่ 3 มี 7แต้มรั้งอันดับ 15 เหมือนเดิม

Source Link

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on telegram
Telegram

ดราม่าท้ายเกม! ลิเวอร์พูลโดนVARริบ 2 หน ก่อนเสียจุดโทษ 90+3 โดนไบรท์ตันไล่เจ๊าสุดช็อก

ถือเป็นอีกหนึ่งเกมสุดดราม่า หลัง ลิเวอร์พูล ทำ 3 แต้มหลุดมือเมื่อมาเสียจุดโทษในช่วงทดเจ็บ โดน ไบรท์ตัน ตามตีเสมอ 1-1

Read More »

มาห์เรซแฮตทริก! เดอ บรอยน์จ่าย2-แมนซิตี้ถล่มเบิร์นลี่สบายเท้า

“เรือใบสีฟ้า” เจอกับงานไม่ยากหลังเปิดบ้านไล่ถล่ม เบิร์นลี่ย์ แบบสบายเท้า 5-0 คว้าชัยในลีกในรอบ 3 นัด โดยเกมนี้ ริยาด

Read More »

ราฟินญ่าซัดชัย! ลีดส์บุกเชือดเอฟเวอร์ตันสุดมัน เฮแรกในรอบ 4 เกม

“ยูงทอง” เก็บสามแต้มกลับบ้านจนได้ หลังบุกไปเอาชนะเจ้าถิ่น เอฟเวอร์ตัน 1-0 จากประตูชัยของ ราฟินญ่า แข้งบราซิเลี่ยนในช่วงท้ายเกม โดยเกมนี้ทั้งคู่แลกกันสนุกโอกาสยิงเกือบ 40

Read More »

เวสต์บรอมวิชสมหวังเฉือนเชฟยู ชนะเกมแรกในพรีเมียร์ลีกแล้ว

“เดอะ แบ็กกี้ส์” คว้าชัยชนะเกมแรกในลีกซีซั่นนี้แล้วหลังเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หวุดหวิด 1-0 เก็บสามแต้มพร้อมแซงฟูแล่ม และเบิร์นลี่ย์ ขึ้นไปอยู่อันดับ

Read More »

เปแอสเชแค่เสมอ! บอร์กโดซ์ดึงเจ๊าเสียฟอร์มก่อนบุกแมนยู

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สะดุดในลีกสองเกมติด ทำได้แค่เสมอกับ บอร์กโดซ์ 2-2 แบ่งคะแนน เสียฟอร์มก่อนมีคิวยกทัพเยือนถิ่น “ปีศาจแดง” แมนยู

Read More »

Leave a Replay