เมื่อแมนเชสเตอร์กลายเป็นสีแดง

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp
banner 2

แม้ว่าหลังจากปี 2013 เป็นต้นมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไม่เคยอยู่ในสภาพทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเลยตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ขณะที่เพื่อนร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถือว่าลุ้นแชมป์เกือบทุกปี และจบฤดูกาลด้วยการเป็นที่ 1 ในลีกถึง 3 ครั้ง

แต่เมื่อใดก็ตามที่ทั้งสองทีมต้องปะทะกันเองในสนาม กลับกลายเป็นเกมที่สูสีกันตลอด ผลัดกันแพ้-ชนะ-เสมอ เรื่อยมา ไม่มีทีมใดทีมหนึ่งที่ทำสถิติเหนือกว่าอย่างชัดเจน

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกมดาร์บี้แมตช์เป็นเกมที่พิเศษกว่าเกมอื่น ๆ ก็คืออารมณ์ร่วมของแฟนบอล ที่ถึงแม้นักเตะหลาย ๆ คนจะไม่ได้เกิดและโตในเมืองนั้น แต่การที่พวกเขาต้องอาศัยในแมนเชสเตอร์ย่อมทำให้พวกเขาซึมซับอารมณ์ร่วมได้ไม่ยากนัก

พอมีปัจจัยด้านอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำให้เกมการแข่งขันจะไม่ได้ถูกวัดโดยแทคติกของกุนซือและความสามารถของนักเตะเพียงสองอย่าง แต่จะมีความรู้สึกที่อยากจะทำเพื่อแฟนบอลเพิ่มมามากขึ้นเป็นพิเศษ

เป๊ป กวาร์ดิโอลา ถูกยกย่องให้เป็น 1 ในยอดผู้จัดการทีมระดับโลกที่ยังคุมทีมอยู่ในปัจจุบัน แต่ฤดูกาลนี้กลับต้องปราชัยให้กับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ที่แฟนบอลส่วนใหญ่ไม่เว้นแม้แต่เหล่าเร้ดเดวิลส์ยังคงคลางแคลงใจในฝีมือถึง 3 จากทั้งหมด 4 เกมที่พบกัน 

ถึงจะเหลือเกมลีกให้ลงเล่นอีก 10 นัด แต่ทุกคนรู้ดีว่ายังไงลูกทีมของเป๊ปก็ไม่สามารถไล่ลิเวอร์พูลได้ทันแล้ว โดยทีมหงส์แดงต้องการอีกเพียง 2 นัดเท่านั้นก็จะแต้มขาดและได้ฉลองแชมป์ที่รอคอยมาอย่างยาวนานแบบเป็นทางการซะที

แม้ว่าแมนซิตี้จะเพิ่งได้แชมป์คาราบาวคัพมาเมื่อสัปดาห์ก่อน จากการเอาชนะแอสตัน วิลล่า ได้ 2-1 ที่สนามเวมบลีย์ แต่นั่นไม่ได้สร้างมูลค่าอะไรให้กับพวกเขามากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นเงินรางวัลที่ถือว่าเป็นเพียงเศษเงินสำหรับพวกเขา หรือกระทั่งสิทธิ์การไปเล่นยูโรป้าลีกที่คงไม่ได้ใช้อยู่แล้ว 

ถึงตอนนี้สถานการณ์ในลีกจะค่อนข้างปลอดภัยสำหรับการจบท็อป 4 ซึ่งเป็นการคว้าโควต้ายูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แต่เรื่องราวของพวกเขาที่ถูกยูฟ่าแบนจากถ้วยยุโรปทุกรายการเป็นเวลา 2 ฤดูกาลก็ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ยังคงมีความไม่แน่นอนในฤดูกาลหน้าอยู่

ถึงจะมีการยืนยันจากศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา หรือ CAS ว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ทำการยื่นอุทธรณ์โทษแบนห้ามแข่งขันฟุตบอลรายการยุโรปเป็นเวลา 2 ปีและมีคำสั่งให้ปรับเงินอีก 30 ล้านยูโร ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังไม่มีอะไรการันตีว่าพวกเขาจะได้ลงเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้าแบบชัวร์ ๆ

การพ่ายแพ้ในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เมื่อคืนนี้นับเป็นการแพ้นัดที่ 7 เข้าไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่ใน 2 ฤดูกาลหลังสุดพวกเขาแพ้รวมกันแค่ 6 นัดเท่านั้น หรือในฤดูกาล 2016-17 ที่แมนซิตี้เข้าป้ายเป็นที่ 3 ตอนนั้นก็แพ้แค่ 6 นัดเท่านั้น

เป๊ป กวาร์ดิโอลา กับความพ่ายแพ้อีกนัดในฤดูกาลที่เจอมรสุมมากมายหลายต่อหลายเรื่อง Source: football365.com

เกมนี้สมมุติถ้าจะต้องหาแพะสักตัวก็ไม่ยากเลย ร้อยทั้งร้อยคงชี้นิ้วไปที่เอแดร์สัน ผู้รักษาประตูทีมเยือนที่เกมนี้มีส่วนผิดพลาดกับทั้ง 2 ประตูที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังมีที่ผิดพลาดแบบน่าโดนอีกครั้งตอนที่ไปจับบอลพลาดหน้าประตูตัวเองอีกด้วย

ถ้าความผิดพลาดของ ดาบิด เด เคอา ในสัปดาห์ที่แล้วที่โดน โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน ของเอฟเวอร์ตันกระโดดบล็อคจนเสียประตูว่าแย่แล้ว สภาพของเอแดร์สันเมื่อคืนคงแย่คูณสามเลย อาจจะเป็นวันที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ที่เขาเล่นฟุตบอลมาเลยก็เป็นได้

แต่เชื่อว่าหลังจากนัดนี้ นายทวารชาวบราซิลคงเข็ดไปอีกนานเลยล่ะ

“ผมไม่ได้มาเพื่อตัดสินนักเตะของผม ความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของเกม เขาจะฟื้นตัวกลับมา และเขาเป็นผู้รักษาประตูชั้นยอด” เป๊ปพูดถึงเอแดร์สันหลังเกม

ส่วนสิ่งที่ขาดหายไปในเกมของซิตี้ที่ชัดเจนมากคือช่องโหว่ที่ เควิน เดอ บรอยน์ ทิ้งเอาไว้ ถึงพวกเขาจะยังครองบอลได้ถึง 72.3% แต่กลับไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาสทำประตูได้มากพอ

กองกลางในเกมนี้ทั้ง แบร์นาโด ซิลวา, อิลคาย กุนโดกัน และโรดรีโก ตลอดทั้งฤดูกาลยังสร้างสรรค์โอกาสโอกาสรวมกันไม่เท่า KDB ด้วยซ้ำ

ไม่ว่าแทคติกจะถูกวางออกมาได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าแผนเหล่านั้นมีนักเตะระดับเดอ บรอยน์อยู่ในนั้นด้วยล่ะก็ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาใครมาแทนช่องโหว่ตรงนั้นได้

ในการเจอกับทีมที่เล็กกว่าอาจจะยังพออาศัยจังหวะการทำเกมด้านข้างเจาะได้ไม่ยากนัก แต่พอต้องมาเจอทีมระดับเดียวกัน การไม่มีกองกลางชาวเบลเยี่ยมกลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมาทันที

กลับกันพอมาดูฝั่งแมนยูที่มี บรูโน่ แฟร์นันด์ส เข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย ราวกับว่าที่ผ่านมาวางแทคติกไว้เพื่อนักเตะแบบนี้อยู่แล้ว พอดึงตัวมาจากสปอร์ติ้งได้ปุ๊บทุกอย่างก็ดูลงตัวขึ้นมาทันที จากทีมที่ทำอะไรก็ดูติดขัดไปหมด กลายเป็นอีกทีมไปเลย

การขับเคี่ยวกันของ นิโคลาส โอตาเมนดี้ กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส นักเตะที่เข้ามาทำให้แฟนแมนยูมีความหวังอีกครั้ง Source: manchestereveningnews.co.uk

การสร้างสรรค์โอกาสทำประตู 3 ครั้งของกองกลางชาวโปรตุเกสคือตัวเลขที่ดีที่สุดในสนาม โดย 1 แอสซิสต์ที่เขาได้ดูจะน้อยไปด้วยซ้ำ เพราะถ้าตัวรุกทีมเดียวกันอย่าง อองโทนี่ มาร์กซิยาล กับ แดเนี่ยล เจมส์ จะกรุณาเงยหน้ามามองเขาแทนที่จะฝืนยิงเอง บรูโน่น่าจะมีอย่างน้อย 1 ประตูตอนจบเกมไปแล้ว

มาร์กซิยาลผู้ทำประตูแรกของเกมได้ทำให้เขากลายเป็นนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนที่สองในประวัติศาสตร์ที่ยิงประตู แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สามเกมติดต่อกัน ต่อจาก เอริค คันโตนา ตำนานของทีมที่ทำไว้ในช่วงปี 1993-1996

นอกจากนี้ตัวรุกชาวฝรั่งเศสยังเป็นนักเตะคนแรกของปีศาจแดงที่ยิงประตูแมนซิตี้ได้ทั้งเหย้าและเยือนในหนึ่งฤดูกาล นับตั้งแต่ที่ซูเปอร์สตาร์อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ เคยทำไว้เมื่อฤดูกาล 2006-07 อีกด้วย

ส่วนเกมรับจะไม่ชม อารอน วาน-บิสซากา ก็ไม่ได้แล้วล่ะ เพราะแบ็คขวารายนี้เล่นเข้าแย่งบอลได้ถึง 8 ครั้ง เรียกว่าเป็นฝันร้ายของปีกซ้ายอย่างแท้จริง ทำให้ตอนนี้เขามีสถิติการเข้าบอลเป็นของเพียง ริคาร์โด เปเรย์รา ของเลสเตอร์ ซิตี้ คนเดียวเท่านั้น

ค่าตัว 45 ล้านปอนด์ของ AWB ดูเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริง ๆ เมื่อดูจนถึงตอนนี้ เชื่อว่าการแย่งตำแหน่งระหว่างเขากับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในทีมชาติอังกฤษคงเป็นอะไรที่น่าดูชมทีเดียวสำหรับช่วง 10 ปีต่อจากนี้

“มันรู้สึกเหมือนเป็นสิทธิพิเศษที่ได้เป็นผู้จัดการทีมของพวกเขา นักเตะพวกนี้ให้ได้ทุกอย่างจริง ๆ พวกเขารู้ดีว่าพวกเขาเป็นนักเตะที่เก่ง แต่ก็อยากจะเรียนรู้ต่อไปเหมือนกัน” โซลชาร์ให้สัมภาษณ์หลังเกม

รอยยิ้มของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ที่กำลังพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับเข้าร่องเข้ารอย Source: bbc.co.uk

“พวกเรารู้สึกว่ากำลังพัฒนาขี้นด้วยกันทั้งทีม เรารู้สึกได้ว่าแฟนบอลต้องการให้เราทำผลงานให้ดี และพวกเขาก็ได้เห็นสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ มันกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ”

การออกมาบอกว่าตัวเองเหมือนได้รับสิทธิพิเศษที่ได้ทำงานร่วมกับลูกทีมของเขาถือเป็นหนึ่งในคำชื่นชมที่ดีที่สุดที่ผู้จัดการทีมเคยออกมาให้สัมภาษณ์ นั่นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าบรรยากาศในรั้วโอลด์แทรฟฟอร์ดตอนนี้มีความสดใสขนาดไหน

จากชัยชนะในนัดนี้ทำให้แมนยูไนเต็ดยังไล่ตามอันดับ 4 อย่างเชลซีที่ 3 แต้มเท่าเดิม ในอีก 9 นัดที่เหลือยังคงมีลุ้นท็อปโฟร์ได้แน่นอนถ้ายังรักษาฟอร์มแกร่งแบบนี้ไปได้เรื่อย ๆ แม้จะยังขาดนักเตะตัวหลักทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ ปอล ป็อกบา ก็ตาม

ในส่วนของแรชฟอร์ดเชื่อว่าพอกลับมา ยังไง ๆ ก็ต้องมีตำแหน่งในทีมรอไว้อยู่แล้ว แต่กับอีกคนนี่สิ ไม่รู้ว่ายังจำเป็นอยู่รึเปล่าในสภาวะที่กองกลางกำลังทำผลงานได้สุดยอดขนาดนี้ ต้องรอดูว่าสโมสรยังจะมองเห็นเขาเป็นนักฟุตบอลอยู่มั้ย หรือว่าเป็นเพียงสินค้าที่รอวันขายเอาเงินมาใช้จ่ายแทน

ถึงสัปดาห์หน้าจะมีงานหนักรออยู่คือการต้องไปเยือนท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ของ โชเซ่ มูรินโญ อดีตผู้จัดการทีมของพวกเขา แต่สเปอร์สเองตอนนี้ก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีเท่าใดนัก เนื่องจากไม่ชนะใครมา 5 นัดติดต่อกันในทุกรายการแล้ว

ช่วงที่ผ่านมาในโซเชี่ยลมีเดียมีการใช้แฮชแท็ก #SaveOLE กันอย่างล้นหลาม ตอนนี้ก็คงได้แต่แสดงความยินดีกับผู้คนเหล่านั้น

เพราะว่าพวกคุณทำสำเร็จแล้วล่ะ

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on telegram
Telegram

‘น้ามู’ เปรยอาจให้ ‘อัลลี’ เล่นยูโรป้าลีก-‘เบล’ ยังไม่พร้อมเจอผี

โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เปรยว่า เดเล่ อัลลี อาจได้มีส่วนร่วมในเกมยูโรป้าลีกรอบเพลย์ออฟวันพรุ่งนี้ (พฤหัสบดี)

Read More »

สื่อปูด!ลิเวอร์พูลใกล้รับข้อเสนอดาบคู่ซื้อ “บรูว์สเตอร์”

สื่อผู้ดี ตีข่าว ลิเวอร์พูล กำลังเตรียมรับข้อเสนอจาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในการขอสู่ขอ ริอาน บรูว์สเตอร์ หัวหอกดาวโรจน์ไปเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้

Read More »

สเตอร์ลิงยิง 2 จ่าย 1! แมนฯ ซิตี้เชือดเบิร์นลีย์ 3-0 ลิ่ว 8 ทีมคาราบาวคัพ

เรือใบสีฟ้าผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายลีกคัพ หลังบุกมาเอาชนะเดอะ คลาเร็ตส์ ไปแบบไม่ยากเย็นนัก โดยสตาร์ชาวอังกฤษยิงคนเดียว 2 ประตู และทำอีก

Read More »

Leave a Replay