เก็บตกทุกประเด็นร้อน หลังเกมแชมเปียนส์ลีก หงส์แดง ร่วงคาบ้านแบบสุดช้ำ

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp
banner 2
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

“อาเดรียน” ยังไว้ใจไม่ได้

เกมนี้แม้ อาเดรียน จะแทบไม่เจองานหนักเลยในเวลา 90 นาที แต่ก็พอจะสังเกตุเห็นได้ว่า นายทวารเลือดกระทิงดุ รายนี้ ดูจะยังไม่นิ่งพอในเกมใหญ่ที่มีความกดดันสูงแบบนี้ เพราะในหลาย ๆ จังหวะไม่ว่าจะเป็นลูกยิงของ ชูเอา ฟิลิกซ์ ที่ดูเหมือนน่าจะรับติดมือง่าย ๆ เจ้าก็ดูเหมือนจะไม่มั่นใจ จึงเลือกปัดออกไป ซึ่งดันไปเข้าทางของ อังเคล คอร์เรอา แต่ยังดีที่ยังตามไปบล็อคลูกยิงซ้ำเอาไว้ได้ทัน 

และจังหวะที่ไม่น่าให้อภัยมากที่สุด คือจังหวะเปิดเกมที่ควรจะต้องทำได้ดีกว่านั้น แต่กลับเตะไปเข้าทาง ชูเอา ฟิลิกซ์ ดื้อๆ แถมลูกยิงของ ยอเรนเต้ ลูกนั้นก็ไม่ได้หนีจากมือเขาเท่าใดนัก ถ้าหากพุ่งสุดตัวไปปัด น่าจะเซฟลูกนั้นได้ไม่ยาก แต่เจ้าตัวกลับแค่ทิ้งตัวล้มลงไปเฉยๆ

ซึ่งก็ไม่รูเหมือนกันว่าลื้น หรือในเสี้ยววินาทีนั้นคิดว่ายังไงรับไม่ทันแล้วจึงไม่ได้พุ่งทะยานออกไป แต่สิ่งที่บอกได้อย่างหนึ่งคือ ถ้าเป็น อลิสซอน ละก็ ลูกนี้ปัดได้สบาย ๆ อย่างแน่นอน

Adrian
Robbie Jay Barratt – AMA/GettyImages

โอบลัค” ต่างหากของจริง

หากเทียบกันระหว่างผู้รักษาประตูของทั้งสองทีมในเกมนี้ คงจะเห็นความแตกต่างค่อนข้างชัดเจนเลยทีเดียว ซึ่งมันดันเป็นปัจจัยสำคัญที่นำมาชี้ผลการแข่งขันในเกมนี้ได้ เพราะถ้า โอบลัค ไม่เซฟอุตลุดขนาดนี้ ทีมตราหมี คงโดนอย่างน้อย 4-5 ประตูไปแล้ว ในทางกลับกัน อาเดรียน ที่งานเบากว่าอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเซฟลูกยิงของ แอตฯ มาดริด ได้ดีกว่านี้ ผลการแข่งขันคงไม่ออกมาในลักษณะนี้แน่นอน

แต่อย่างไรก็ตาม ต้องชื่นชมความสุดยอดของ แยน โอบลัค นายด่านชาวสโลวิเนีย วัย 27 ปี ที่วันนี้เซฟจนมือเป็นระวิง โดยเฉพาะลูกยิงของ อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน ที่อย่างน้อยควรจะต้องเป็นประตูสักลูก แต่มือกาวรายนี้กลับป้องกันเอาไว้ได้ทั้งหมดจนจบด้วยการเข้ารอบไปแบบหล่อ ๆ ในค่ำคืนวันนี้

FBL-EUR-C1-LIVERPOOL-ATLETICO
JAVIER SORIANO/GettyImages

หงส์แดง ไร้ทีเด็ดบนม้านั่งสำรอง

คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า 11 ผู้เล่นตัวจริงของ ลิเวอร์พูล ชุดนี้ สุดยอดขนาดไหน แต่เมื่อทีมต้องการความเปลี่ยนแปลงหรือใครสักคนที่จะลงมาสร้างความแตกต่างจากบนม้านั่งสำรอง กลับไม่มีใครที่สามารถทดแทน หรือทำได้ดีกว่า 11 ตัวจริงเลยแม้แต่คนเดียว

หลายครั้งที่เรามักจะเห็น โอริกี้ ลัลลานา มินามิโนะ มิลเนอร์ ลงมาในยามที่ทีมต้องการประตู ซึ่งต้องบอกเลยว่าทั้งสี่คนยังไม่อยู่ในจุดที่จะคาดหวังอะไรได้ขนาดนั้น

ซึ่งแตกต่างกับ แอตฯ มาดริด ที่บนม้านั่งมีทั้ง อัลบาโร โมราต้า ยานนิค คาร์ราสโก้ โทมัส เลอมาร์ หรือแม้แต่ มาร์กอส ยอเรนเต้ ที่แม้จะฟอร์มไม่ดีมากมาย แต่ก็พร้อมจะลงมาสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้ เหมือนในวันนี้ที่ทั้ง 3 ประตูล้วนมาจากผู้เล่นตัวสำรองทั้งหมด จนเรียกได้ว่าเข้ารอบมาได้เพราะ “ซุเปอร์ซับ” อย่างแท้จริง

Divock Origi
Robbie Jay Barratt – AMA/GettyImages

สถิติหลังเกมที่น่าสนใจ

  • จากความปราชัยในครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ ลิเวอร์พูล ในยุคของ เยอร์เกน คล็อปป์ แพ้ในฟุตบอลยุโรปให้กับคู่แข่งทั้งสองเกม เหย้าและเยือน (รอบน็อคเอาท์)
  • หงส์แดง แพ้ในฟุตบอลยุโรปที่ แอนฟิลด์ เป็นครั้งแรกในยุคของ เยอร์เกน คล็อปป์ โดยครั้งล่าสุดที่พวกเขาแพ้ในบ้านรายการยุโรปคือเมื่อเดือน ตุลาคมปี 2014
  • ความพ่ายแพ้ในวันนี้ เป็นการตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับจากปี 2006 ซึ่งก่อนหน้านั้น (ปี 2005) พวกเขาก็พึ่งจะคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จเช่นเดียวกัน
  • แอตเลติโก มาดริด ชนะในรายการนี้รอบน็อคเอาท์ได้ 5 จากทั้งหมด 6 เกม ที่พวกเขาเป็นฝ่ายเอาชนะคู่แข่งได้ก่อนในเกมแรก
  • เกมนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่มีการยิงกันถึง 4 ประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษ
  • เกมนี้เป็นการเล่นในช่วงต่อเวลาเป็นครั้งแรกในรายการนี้ของ พลพรรคเร้ดแมทชีน นับจากปี 2008 ที่พ่ายให้กับ เชลซี ในรอบรองชนะเลิศ
  • หากนับตั้งแต่ปี 2017/18 เป็นต้นมา ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ ผู้รักษาประตูทำพลาดจนเสียประตูมากที่สุดในรายการนี้ (4 ครั้ง – อาเดรียน 1 / คาริอุส 3)
  • มาร์กอส ยอเรนเต้ เป็นนักเตะคนที่สองในประวัติศาสตร์ของทีม แอตฯ มาดริด ที่สามารถลงมาทำ 2 ประตู จากการเป็นตัวสำรองในถ้วยใบนี้ได้ ต่อจาก กุน อเกวโร ในปี 2009
  • เกมนี้ประตูของ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน เป็นการยิงประตูแรกที่ แอนฟิลด์ ในรอบ 20 เกมรวมทุกรายการ นับตั้งแต่ยิงได้ครั้งล่าสุดคือเมื่อเดือน เมษายน ปี 2019
  • 4 จาก 5 ประตูของ จินี ไวจ์นัลดุม ใน แชมเปี้ยนส์ลีก เกิดขึ้นในรอบน็อคเอาท์ และเป็นการโหม่งทำประตูถึง 3 ลูกด้วยกัน
  • ซีซั่นนี้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน มีส่วนกับการทำประตูใน แชมเปี้ยส์ลีก ไปแล้ว 4 ครั้ง (ยิง 3 แอสซิสต์ 1) ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่มากที่สุดของเจ้าตัวเท่ากับปี 2014/15
Diego Simeone
Julian Finney/GettyImages

Source Link

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on telegram
Telegram

โซลชา รับเห็น ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์แล้วเจ็บปวด

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับกันแบบตรงๆ ว่ารู้สึกเจ็บปวดที่เห็นคู่อริตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสำเร็จในฤดูกาลนี้

Read More »

สามแต้มชัวร์! โอเว่น ฟันธงหงส์มาแน่คืนนี้

ไมเคิ่ล โอเว่น ตำนานกองหน้าบัลลงดอร์ มั่นใจสุดขีดว่าทีมเก่าของตนอย่าง ลิเวอร์พูล จะสามารถบุกไปเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ได้ถึงกูดิสัน พาร์ค ในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ คืนวันอาทิตย์นี้

Read More »

เดวีส์ คว้าแข้งดาวรุ่งแห่งปีของบุนเดสลีกาเหนือ ฮาแลนด์

อัลฟอนโซ เดวีส์ วิงแบ็ก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ที่เพิ่งทำสถิติแข้งวิ่งเร็วที่สุดในบุนเดสลีกา ด้วยเวลา 36.5 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง และช่วยทีมซิวถาดแชมป์ลีกไปครองอย่างยิ่งใหญ่

Read More »

ริชาร์ลิซอน ยก 3 กองหลังเหนือกว่า ฟาน ไดค์

เอฟเวอร์ตัน มีคิวเปิดรังกูดิสัน พาร์ค ทำศึกเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์นี้ ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดรีสตาร์ทหลังโควิด-19

Read More »

Leave a Replay