ย้อนรอย 10 อันดับ! ซื้อ-ขายที่มีมูลค่าสูงที่สุดในตลาดนักเตะมกราคมซีซั่นที่ผ่านมา

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp
ย้อนรอย 10 อันดับ! ซื้อ-ขายที่มีมูลค่าสูงที่สุดในตลาดนักเตะมกราคมซีซั่นที่ผ่านมา
banner 2
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ใกล้ถึงตลาดนักเตะหน้าหนาวเต็มที โดยอย่างที่แฟนๆ รู้กันดีว่าในช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเสริมทัพสู้ศึกในครึ่งฤดูกาลหลัง และนี่คือ 10 ดีลที่มีการซื้อขายมูลค่าสูงที่เคยเกิดขึ้นเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เราลองไปดูกันว่ามีใครกันบ้าง 

10. เชส ฟาเบรกาส – 8.1 ล้านปอนด์Cesc FabregasClive Rose/GettyImages

จาก เชลซี
ไป โมนาโก
ตำแหน่ง กองกลาง
สัญชาติ สเปน

ยอดกองกลางจอมแอสซิสต์ กลายเป็นส่วนเกินในทีม เชลซี ของ เมาริซิโอ ซาร์รี ในขณะนั้น ซึ่งเจ้าตัวแทบไม่มีโอกาสได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้กับ ทัพสิงโตน้ำเงินคราม เลย กระทั่ง โมนาโก ยื่นข้อเสนอมูลค่ากว่า 8 ล้านปอนด์ เพื่อขอซื้อตัวกองกลางวัย 31 ปี รายนี้ไปกู้วิกฤตให้กับทีมทีม และนั่นจึงเป็นจุดสิ้นสุดการเป็นนักเตะของ สิงห์บลู ของเจ้าตัวนับแต่นั้นเป็นต้นมา

9. บิเซนเต้ อิบอร์รา – 9 ล้านปอนด์Vicente Iborra,Harrison BigginsMarc Atkins/GettyImages

จาก เลสเตอร์ ซิตี้
ไป บียาร์เรอัล
ตำแหน่ง กองกลาง
สัญชาติ สเปน

อดีตแข้งของ เซบียา ถูก เลสเตอร์ ซื้อตัวมาร่วมทัพในช่วงหน้าร้อนปี 2017-18 แต่ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บตั้งแต่ช่วงพรีซีซั่น ทำให้กว่าเจ้าตัวจะได้ประเดิมสนามก็ปาเข้าไปช่วงปลายปี ซึ่งหลังจากนั้นดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้ดีเท่าที่ควร จนทำให้สุดท้ายต้องถูกปล่อยตัวกลับไปยัง แดนกระทิงดุ อีกครั้งกับ บียาร์เรอัล ในช่วงเดือน มกราคม ที่ผ่านมา

8. มาโนโล กับเบียดินี – 10.7 ล้านปอนด์Manolo GabbiadiniCatherine Ivill – AMA/GettyImages

จาก เซาธ์แฮมป์ตัน
ไป ซามพ์โดเรีย
ตำแหน่ง กองหน้า
สัญชาติ อิตาลี

ทีมนักบุญ จัดการคว้าตัว ศูนย์หน้าชาวอิตาเลียน รายนี้ มาร่วมทัพในช่วงหน้าหนาวปี 2016-17 ซึ่งช่วงแรกเจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจด้วยการซัดไป 6 ประตูในช่วงครึ่งซีซั่นที่เหลือ แต่แล้วอาการบาดเจ็บก็พรากฟอร์มอันยอดเยี่ยมของเขาไป เพราะหลังจากที่หายกลับมา เจ้าตัวไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้อีกเลย จนต้องถูกปล่อยตัวให้กับ ซามพ์โดเรีย เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

7. คริส เมพแฮม – 12.2 ล้านปอนด์Chris MephamSebastian Frej/MB Media/GettyImages

จาก เบรนท์ฟอร์ด
ไป บอร์นมัธ
ตำแหน่ง กองหลัง
สัญชาติ เวลส์

มาถึงนักเตะที่ถูกดึงตัวเข้ามายัง พรีเมียร์ลีก กันบ้าง กับ ครืส เมพแฮม เซ็นเตอร์แบ็คชาวเวลส์ ที่ บอร์นมัธ ซื้อตัวมาจาก เบรนท์ฟอร์ด ทีมในลีกรอง ด้วยค่าตัวสูงถึง 12 ล้านปอนด์ ซึ่งปัจจุบัน ปราการหลังวัย 22 ปี รายนี้ ก้าวขึ้นมามีบทบาทในถิ่น ไวทัลลิตี้ สเตเดี้ยม มากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงที่ พลพรรคเดอะเชอร์รีส์ ประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บกว่าครึ่งทีม ณ เวลานี้

6. บราฮิม ดิอาซ – 15.3 ล้านปอนด์Brahim Diaz,Blas RiverosAlex Livesey – Danehouse/GettyImages

จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ไป เรอัล มาดริด
ตำแหน่ง กองกลาง
สัญชาติ สเปน

ดาวรุ่งวัย 19 ปี ณ ขณะนั้น ย้ายกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิดอีกครั้งหลังจากถูกดึงตัวมาปลุกปั้นตั้งแต่ยังเป็นเยาวชนเมื่อปี 2014 ก่อนจะพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเริ่มมีโอกาสขึ้นทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในฤดูกาล 2017-18 แต่ก็ยังไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมาเป็นตัวจริงได้ จนกระทั่ง เรอัล มาดริด สนใจดึงตัวไปร่วมทีมเมื่อเดือน มกราคม ที่ผ่านมา

5. เอมิเลียโน ซาลา – 15.3 ล้านปอนด์FBL-FRA-LIGUE1-NANTES-NIMESLOIC VENANCE/GettyImages

จาก น็องต์ส
ไป คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้
ตำแหน่ง กองหน้า
สัญชาติ อาร์เจนตินา

ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องเศร้าในวงการฟุตบอลเลยก็ว่าได้ กับการศูนย์เสียกองหน้าคนใหม่ของทีม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ที่ยังไม่เคยลงสนามให้กับทีมเลยแม้แต่เกมเดียว เพราะประสบอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางทางร่วมทีม จึงถือเป็นโชคร้ายและเรื่องน่าหดหู่อย่างยิ่งทั้งกับทีม กับแฟนบอล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้าตัวเอง

4. จอนนี คาสโตร อ็อตโต้ – 18.4 ล้านปอนด์Jonny Castro OttoMalcolm Couzens/GettyImages

จาก แอตเลติโก มาดริด
ไป วูล์ฟแฮมป์ตัน
ตำแหน่ง วิงแบ็ค
สัญชาติ สเปน

อันที่จริงวิงแบ็ครายนี้ ย้ายมาร่วม ทัพหมาป่า ตั้งแต่ช่วงหน้าร้อนปี 2018 ด้วยสัญญายืมด้วยอยู่ก่อนแล้ว กระทั้งช่วงเดือน มกราคม ที่ผ่านมา พวกเขาจึงตัดสินใจซื้อขาด อดีตแข้งตราหมี วัย 25 ปี รายนี้ มาคุมเกมทางกราบซ้ายอย่างถาวรด้วยค่าตัวกว่า 18 ล้านปอนด์ โดยต้องบอกว่าเจ้าตัวทำผลงานได้อย่างคงเส้นคงวาเลยทีเดียว แถมยังเป็นส่วนสำคัญช่วยให้ วูล์ฟส คว้าโควต้าไปเล่น ยูโรปาลีก ในซีซั่นก่อนได้สำเร็จอีกด้วย

3. โดมินิค โซลันกี้ – 19 ล้านปอนด์Dominic SolankeJack Thomas/GettyImages

จาก ลิเวอร์พูล
ไป บอร์นมัธ
ตำแหน่ง กองหน้า
สัญชาติ อังกฤษ

อดีตหัวหอกดาวรุ่งของ เชลซี และ ลิเวอร์พูล ที่ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมาเป็นตัวจริงให้กับทีมได้ จนทำให้ต้องย้ายมาเพื่อหาโอกาสลงเล่นในทีมที่มีขนาดเล็กกว่าอย่าง บอร์นมัธ เมื่อเดือน มกราคม ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวสูงถึง 19 ล้านปอนด์ แต่แล้วจนถึงบัดนี้ เจ้าตัวยังไม่สามารถระเบิดฟอร์มเทพได้ตามที่ถูกคาดหวังเอาไว้ แถมโอกาสในการลงสนามของเจ้าตัวก็ดูจะลดน้อยลง ๆ ทุกที

2. มิเกล อัลไมรอน – 21.6 ล้านปอนด์Miguel AlmironRobbie Jay Barratt – AMA/GettyImages

จาก แอตแลนต้า ยูไนเต็ด
ไป นิวคาสเซิ่ล
ตำแหน่ง กองกลาง
สัญชาติ ปารากวัย

อดีตกองกลางตัวจี๊ดจาก เมเจอร์ลีก ซ็อกเกอร์ ที่ถูก ทีมสาลิกาดง ดึงตัวมาร่วมทัพด้วยยค่าตัวมหาศาลกว่า 21 ล้านปอนด์ แม้เจ้าตัวจะมีความเร็วและความคล่องตัวสูง แต่ก็ยังไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่ง ยิงประตูถล่มทลายได้เหมือนสมัยเล่นใน สหรัฐอเมริกา คงต้องมาดูกันต่อไปว่าหลังจากเวลาล่วงเลยมาร่วม 1 ปี เต็ม เจ้าตัวจะสร้างมารถปรับสไตล์การเล่นให้เข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้หรือไม่

1. คริสเตียน พูลิซิช – 57.6 ล้านปอนด์Christian PulisicJames Williamson – AMA/GettyImages

จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์
ไป เชลซี
ตำแหน่ง ปีก
สัญชาติ สหรัฐอเมริกา

ดีลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในตลาดซื้อขายนักเตะเดือน มกราคม ที่ผ่านมา จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก คริสเตียน พูลิซิช ดาวรุ่งไฟแรงจาก ทีมเสือเหลือ ดอร์ทมุนต์ ในศึก บุนเดสลีกา โดยถูกคาดหวังว่าจะมาเป็นหนึ่งในตัวตายตัวแทนของ เอเดน อาซาร์ ที่จะอำลาทีมไปหลังจบซีซั่น ซึ่งจนถึงบัดนี้เจ้าตัวเริ่มฉายแววออกมาทีละนิด ๆ พร้อมกับค่อย ๆ ปรับตัวให้เข้ากับทีม ซึ่งหากดูจากผลงานที่ผ่านมา ต้องบอกเลยว่ามีแววอยู่พอสมควร ด้วยความคล่องตัวและสปีดต้นที่ค่อนข้างสูง หากพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปเรื่อย ๆ ได้ อีกไม่นานคงก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ดวงใหม่ของฟุตบอลอังกฤษ ก็เป็นได้

Source link

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on telegram
Telegram

แฟนเรือรอเฮ!แมนซิตี้ใกล้ได้ดิอาสเสริมหลังบ้าน

แฟนๆ “เรือใบสีฟ้า” รอรับข่าวดีกันได้เลย เพราะล่าสุด ฟาบริซิโอ โรมาโน่ คอนเฟิร์มเอง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่อเต็มทีกับการได้ตัว

Read More »

เอฟเวอร์ตัน ยิงแซง คริสตัล พาเลซ 2-1 ทะยานขึ้นจ่าฝูง

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2020/21 นัดที่ 3 คริสตัล พาเลซ เปิดสนามเซลเฮิร์สต์ พาร์ก รับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน โดย 2

Read More »

แมนยูได้เสา-คานเซฟ5ครั้งก่อนVARให้จุดโทษนำชัยน.90+10

ถือเป็นเกมสุดดราม่าประจำสัปดาห์นี้ หลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดนตามตีเสมอในช่วง 90+5 แต่มาได้จุดโทษในช่วงทดเจ็บ 90+10 จากการย้อนดูวีเออาร์ของผู้ตัดสิน ก่อนที่

Read More »

Leave a Replay