ตัดเกรดแข้ง! ลิเวอร์พูล เกมเชือด ฟลาเมงโก้ 1-0 ซิวแชมป์สโมสรโลก

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp
ตัดเกรดแข้ง! ลิเวอร์พูล เกมเชือด ฟลาเมงโก้ 1-0 ซิวแชมป์สโมสรโลก
banner 2
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยังคงเดินหน้ากวาดถ้วยแชมป์ต่อเนื่อง ล่าสุดเฉือนเอาชนะ ฟลาเมงโก้ ทีมแชมป์อเมริกาใต้ ไปได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0 คว้าแชมป์ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2019 มาครองได้สำเร็จ ถือเป็นการคว้าแชมป์สโมสรโลกได้เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร และนี่คือการชำแหละผลงานของนักเตะในเกมนัดนี้

คะแนนนักเตะ ลิเวอร์พูล

อลิสซอน เบ็คเกอร์ – 7/10

Roberto Firmino,Alisson BeckerFrancois Nel/GettyImages

ไม่ถูกลงโทษในจังหวะผ่านบอลผิดพลาดรวมทั้งการออกบอลช้าจนเกือบจะถูกผู้เล่นของ ฟลาเมงโก้ ฉกบอลไปได้ งัดเซฟสำคัญป้องกันลูกยิงเลียดของ กาเบรียล บาร์โบซา ไว้ได้อย่างน่าประทับใจ โดยรวมแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่หน้าปากประตูตนเองตลอดทั้งเกม

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ – 7/10

ผ่านบอลสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมตั้งแต่ต้นเกม มีจังหวะยิงหลุดกรอบไปอย่างได้ลุ้นในครั้งแรกแต่ในเกมรับมีปัญหาในการรับมือกับ เอนริเก้ อย่างเห็นได้ชัเ

โจ โกเมซ – 8/10

ทำหน้าที่ในการป้องกันโดยรวมได้อย่างแข็งแกร่ง มีช็อตเข้าปะทะดวลกับแนวรุกของทีมจาก บราซิล อย่างเด็ดขาด

เวอร์จิล ฟาน ไดค์ – 7/10

FBL-QAT-FIFA-CLUB-WORLD-CUP-LIVERPOOL-FLAMENGOKARIM JAAFAR/GettyImages

พยายามเล่นง่ายทั้งการเซ็ตบอลจากแดนหลังและตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในการเล่นเกมรับ รับมือกับ กาบิโกล์ ได้อย่างยอดเยี่ยม

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน – 7/10

มีช็อตทะยานเติมขึ้นไปมีส่วนร่วมกับเกมรุกที่กราบซ้ายให้เห็นสลับกับการเป็นหนึ่งในคีย์แมนป้องกันการโจมตีที่ริมเส้นของ ฟลาเมงโก้

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน – 9/10

Giorgian De Arrascaeta,Jordan HendersonMatthew Ashton – AMA/GettyImages

ขับเคลื่อนที่แดนกลางได้อย่างมั่นใจ แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของทีมอย่างเห็นได้ชัด วางบอลหวังผลได้ครั้งแล้วครั้งเล่าและคอยสอดซ้อนช่วยทีมยามตกเป็นฝ่ายตั้งรับได้ยอดเยี่ยม

อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน – 5/10

มีส่วนในการเร่งจังหวะเกมรุกของทีมแต่ไม่เด็ดขาดกับโอกาสในพื้นที่สุดท้ายก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวออกเมื่อได้รับบาดเจ็บในช่วง 15 นาทีสุดท้าย

นาบี เกอิต้า – 6/10

พลาดโอกาสทองในช่วงต้นเกมเมื่อยิงข้ามคานออกไปไกล พยายามเคลื่อนบอลสู่แดนบนอย่างต่อเนื่องในครึ่งแรกก่อนที่จะต้องถอยลงไปช่วยทีมเมื่อตกเป็นฝ่ายตั้งรับเสียมากกว่าในครึ่งหลัง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ – 7/10

วูบวาบในช่วงต้นก่อนที่จะเงียบหายไปสักเล็กน้อย ตามด้วยการค่อยๆ จับจังหวะของตนเองได้เมื่อเวลาผ่านไป โดยรวมสามารถกดดันแนวรับของ ฟลาเมงโก้ ได้ตามมาตรฐานของเจ้าตัว

โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน – 8/10

Roberto FirminoMatthew Ashton – AMA/GettyImages

ออกสตาร์ทได้อย่างดุดัน น่าเสียดายกับโอกาสทองทั้งในต้นครึ่งแรกและครึ่งหลัง ก่อนที่จะสวมบทฮีโร่พังประตูชัยให้กับทีมในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ซาดิโอ มาเน – 7/10

ถูกประกบติดในครึ่งแรกจนแทบไม่สามารถทำผลงานได้อย่างที่เคยก่อนที่จะมีพื้นที่ให้เล่นมากกว่าเดิมในครึ่งหลัง เกือบเป็นคนเรียกจุดโทษให้กับทีมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ตามด้วยแอสซิสต์ให้ ฟิร์มิโน ซัดชัยในการต่อเวลา

ตัวสำรอง

อดัม ลัลลานา (แทนที่ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน นาทีที่ 75) – 7/10 : ขับเคลื่อนแดนกลางได้อย่างเนียนตา

เจมส์ มิลเนอร์ (แทนที่ เกอิต้า นาทีที่ 100 ) – 6/10 : ลงมาขันแผงมิดฟิลด์ให้กระชับยิ่งขึ้นเมื่อ ฟลาเมงโก้ ตกอยู่ในสถานการณ์ต้องการประตู

ดิว็อค โอริกี (แทนที่ ฟิร์มิโน นาทีที่ 105) – 6/10 : โอริกิอุส

Source link

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on telegram
Telegram

แฟนเรือรอเฮ!แมนซิตี้ใกล้ได้ดิอาสเสริมหลังบ้าน

แฟนๆ “เรือใบสีฟ้า” รอรับข่าวดีกันได้เลย เพราะล่าสุด ฟาบริซิโอ โรมาโน่ คอนเฟิร์มเอง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่อเต็มทีกับการได้ตัว

Read More »

เอฟเวอร์ตัน ยิงแซง คริสตัล พาเลซ 2-1 ทะยานขึ้นจ่าฝูง

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2020/21 นัดที่ 3 คริสตัล พาเลซ เปิดสนามเซลเฮิร์สต์ พาร์ก รับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน โดย 2

Read More »

แมนยูได้เสา-คานเซฟ5ครั้งก่อนVARให้จุดโทษนำชัยน.90+10

ถือเป็นเกมสุดดราม่าประจำสัปดาห์นี้ หลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดนตามตีเสมอในช่วง 90+5 แต่มาได้จุดโทษในช่วงทดเจ็บ 90+10 จากการย้อนดูวีเออาร์ของผู้ตัดสิน ก่อนที่

Read More »

Leave a Replay