การพลาด 3 แต้มแบบไม่น่าพลาดของเชลซี

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp
banner 2

ลอนดอนดาร์บี้แมตช์ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ฤดูกาล 2019-20 น่าจะเป็นเกมดาร์บี้อีกนัดที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ถ้าเปรียบเกมนี้เป็นอาหารนับว่าเป็นจานที่มีครบทุกรสชาติจริง ๆ แต่ละประตูที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่ร้อยเรียงกันมาสร้างรสสัมผัสที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง

ฝั่งที่แฮปปี้กว่าก็คือผู้มาเยือนอย่างไม่ต้องสงสัย เป็นเวลากว่า 65 นาทีในเกมที่อาร์เซน่อลต้องเล่นด้วยนักเตะแค่ 10 คน หลังจากที่ ดาวิด ลุยซ์ ที่ลงเล่นเจอกับทีมเก่าไปทำฟาล์วในเขตโทษและโดนใบแดง จนทำให้จอร์จินโญได้โอกาสยิงจุดโทษเป็นประตูให้ทีมออกนำไปก่อน

ถือเป็นการตกที่นั่งลำบากของอาร์เซน่อลที่นอกจากจะโดนนำแล้วยังมาเหลือผู้เล่นน้อยกว่าในเวลาเดียวกัน

เป็นการถูกไล่ออกครั้งแรกของลุยซ์นับตั้งแต่ย้ายข้ามฟากมายังอาร์เซน่อล และที่น่าสนใจก็คือใบแดงล่าสุดของเขาคือการเจอกันของทั้งสองทีมสมัยที่เขายังอยู่เชลซี และก็เป็นเพียง 2 ครั้งที่เขาโดนไล่ออกตลอดชีวิตการค้าแข้งในอังกฤษ

จังหวะโดนใบแดงของ ดาวิด ลุยซ์ ทำให้ทีมเสียจุดโทษและเสียเปรียบตัวผู้เล่นตั้งแต่ครึ่งแรก 
Source: standard.co.uk

ก่อนที่ไปถึงจังหวะทำฟาล์วของปราการหลังชาวบราซิล คนที่ทำพลาดคือ ชโครดาน มุสตาฟี่ ที่ส่งบอลคืนหลังสั้นเกินไปจนโดน แทมมี่ อับราฮัม ฉกบอลไปเลี้ยงหลบ แบรนด์ เลโน นำไปสู่จังหวะใบแดงดังกล่าว

เชลซีที่มีผู้เล่นมากกว่าแทบจะเป็นฝ่ายกดคู่ปรับร่วมเมืองแทบทั้งเกม แต่แล้วจุดเปลี่ยนก็มาถึงเมื่อ กาเบรียล มาร์ติเนลลี มาตีเสมอให้ทีมปืนใหญ่ได้สำเร็จ ในจังหวะโต้กลับเร็วที่เขาเก็บบอลจังหวะสองได้และเลี้ยงยาวไปยิงตั้งแต่หน้าเขตโทษฝั่งตัวเองไปจนถึงกรอบเขตโทษฝั่งตรงข้าม

นักเตะจากบราซิลวัยเพียง 18 ปีกดประตูที่ 10 ของทุกรายการในฤดูกาลนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนักเตะระดับดิวิชั่น 4 ของบราซิลเมื่อปีก่อน ตอนนี้กลับกลายมาเป็น 1 ในดาวรุ่งที่น่าจับตามองอันดับต้น ๆ ในลีกยุโรป

แม้จะเล่นในระดับเยาวชนให้กับทีมชาติบราซิลมาก่อน แต่สำหรับทีมชาติชุดใหญ่นั้น มาร์ติเนลลียังมีสิทธิ์เลือกว่าจะลงเล่นให้กับบราซิลหรืออิตาลี

ต้องชมทางด้าน มิเกล อาร์เตต้า ที่ตัดสินใจไม่เปลี่ยนตัวรุกรายนี้ออกหลังจากที่ทีมเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เขาตัดสินใจปรับให้ กรานิต ชาก้า ลงไปยืนเป็นเซนเตอร์แบ็คแทนที่จะส่ง ร็อบ โฮลดิ้ง ลงมาแทนปีกในทีม

กลับกันที่คนที่มีส่วนพลาดทำให้เสียประตูและเปลี่ยนโมเมนตัมของเกมไปอย่างสิ้นเชิง สำหรับนักเตะที่ถูกยกย่องว่าเป็นสุดยอดกองกลางตัวรับของโลกอย่าง เอ็นโกโล ก็องเต้ ถือว่าเสียฟอร์มพอสมควรเลยทีเดียวกับจังหวะลื่นล้มที่นำไปสู่การโดนตีเสมอ 

การที่เขาเล่นลูกกลางอากาศได้ไม่ดีนักทำให้เขาต้องรับหน้าที่เป็นแนวรับตัวสุดท้ายเมื่อทีมของเขาได้ลูกเตะมุม ซึ่งในการยืนเป็นไลน์สุดท้ายนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือห้ามพลาดโดยเด็ดขาด คุณจะไม่ต้องเข้าบอลก็ได้ แค่วิ่งประคองรักษาระยะไว้เพื่อชะลอเกมให้เพื่อนร่วมทีมคอยวิ่งมาช่วยก็ได้ แต่สุดท้ายการที่ก็องเต้ลงไปนอนกองกับพื้นสนามเป็นเหมือนการเปิดประตูเชิญให้มาร์ติเนลลีลากบอลหลุดเดี่ยวไปดวลกับ เกป้า อาริซาบาลาก้า ได้แบบสบาย ๆ

หลังจากนั้นแม้เขาจะพยายามดันขึ้นสูงจนไปยืนเท่ากองหน้าเพื่อพยายามจะหาโอกาสแก้ตัวในเกมรุกแทน แต่เขากลับไม่ได้รับโอกาสนั้น เนื่องจากโดนเปลี่ยนตัวออกแทบจะในทันทีเพื่อเอา เมสัน เมาท์ นักเตะที่เล่นเกมรุกได้เป็นธรรมชาติมากกว่าลงมาแทน

ตัวก็องเต้เองสถิติเกมรับของเขาตกลงไปอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยเป็นอันดับต้น ๆ ในเรื่องของการเข้าแย่งบอลมาหลายปี จนมาถึงในปีที่แล้วที่อยู่ดี ๆ ร่วงไปเป็นอันดับ 21 ส่วนในปีนี้ผ่านไปแล้ว 24 นัดเขาไม่อยู่ใน 50 อันดับแรกด้วยซ้ำ

ฝั่งอาร์เซน่อลก็สมควรได้รับคำชมจากการเล่นอย่างมีวินัยจนยิงประตูตีเสมอได้ แม้จะโดนนำอีกรอบจากการยิงเผาขนของ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า แต่ก็ไม่เสียกำลังใจ อุตส่าห์ตามยิงคืนได้อีก โอกาสยิงทั้งเกม 2 ครั้ง ตรงกรอบทั้ง 2 ครั้ง และกลายเป็น 2 ประตูสำคัญที่ช่วยแบ่งแต้มได้สำเร็จ

เฮคตอร์ เบเญริน ฉลองประตูตีเสมอในนาทีที่ 87
Source:telegraph.co.uk

เฮคตอร์ เบเญริน ยิงประตูที่ 8 จากการลงเล่น 189 นัดให้อาร์เซน่อลได้สำเร็จ และอาจจะเป็นหนึ่งในประตูที่สำคัญที่สุดเท่าที่เขาเคยยิงได้เลย

อีกส่วนหนึ่งต้องชมเลโนที่นัดนี้จัดไป 6 เซฟ รวมแล้วทำให้ในฤดูกาลนี้นายทวารชาวเยอรมันเซฟไปแล้ว 91 ครั้ง เป็นรองเพียง มาร์ติน ดูบราฟกา ของนิวคาสเซิลเท่านั้น

เชลซีนอกจากจะต้องเจ็บปวดกับการพลาด 3 แต้มแล้ว พวกเขายังเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บของอับราฮัมที่เจ็บข้อเท้าจากการลื่นไปชนป้ายโฆษณาข้างสนามอีก โดยจังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ใช้โควต้าเปลี่ยนตัวครบสามคนแล้ว จนต้องกะเผลกเล่นต่อจนจบเกม ก่อนที่จะมีทีมแพทย์มาหิ้วปีกเขาออกจากสนามหลังเสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น

ฤดูกาลนี้อับราฮัมแทบจะเป็นตัวหลักของสิงห์บลูในการทำประตูเลยก็ว่าได้ โดยศูนย์หน้าวัย 22 ปียิงไปแล้ว 13 ประตู เป็นดาวซัลโวอันดับที่ 6 ของลีก ณ เวลานี้ ในการไปเยือนอาร์เซน่อลเมื่อปลายเดือนธันวาคมก็เป็นเขานี่แหละที่ยิงประตูชัยให้เชลซีพลิกกลับมาแซงเอาชนะได้ 2-1

แลมพาร์ดเองก็ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่าทีมมีปัญหาเรื่องการทำประตูโดยยกสถิติขึ้นมาบอกว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในทีมที่จบสกอร์ได้แย่ที่สุดในลีกและกำลังมองหาศูนย์หน้าคนใหม่เข้ามาเพิ่มอยู่ หลังจากที่ยังไม่สามารถดึงนักเตะเข้ามาเสริมทีมได้ในตลาดรอบนี้ ทั้ง ๆ ที่สื่อหลายสำนักคาดการณ์ว่าเชลซีจะต้องลุยหนักในตลาดเดือนมกราคมหลังจากโดนโทษแบนไปเมื่อช่วงซัมเมอร์

แฟรงค์ แลมพาร์ด ต้องมองหากำลังเสริมในตลาดหน้าหนาวเพื่อรักษาท็อป 4 ให้ได้
Source: premierleague.com 

ถ้าว่ากันในเรื่องโอกาสยิงประตู เชลซีทำได้มากกว่าทีมจ่าฝูงอย่างลิเวอร์พูลซะด้วยซ้ำ แต่สถิติกลับบ่งชี้ว่าพวกเขายิงทิ้งยิงขว้างเป็นอันดับต้น ๆ ของลีกเช่นกันเมื่อนับเป็นเปอร์เซนต์ 

อย่างในเกมนี้ถ้าพวกเขาทำประตูที่สองให้ได้ก่อนจะโดนตีเสมอ คงเป็นการยากมากที่คู่ปรับของพวกเขาจะกลับมาได้ในขณะที่มีตัวน้อยกว่า

เชลซีแม้จะฟอร์มไม่สม่ำเสมอนักในช่วงหลัง แต่พวกเขาก็ยังรักษาอันดับ 4 เอาไว้ได้ แน่นอนว่าเป้าหมายของพวกเขาคือการรักษาพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกเอาไว้ให้ได้จนจบฤดูกาล โดยเม็ดเงินของการได้ไปกับไม่ได้ไปเล่นถ้วยใหญ่ของยุโรปนั้นต่างกันมาก ดังนั้นการลงทุนดึงนักเตะเข้ามาเพิ่มจึงเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน

ส่วนอาร์เซน่อลนั้นถึงแม้จะแบ่งแต้มไปแบบได้ใจแฟนบอลในเกมนี้ แต่สถานการณ์บนตารางคะแนนของพวกเขายังไม่ดีเท่าไรนัก ยังคงอยู่อันดับ 10 คงเป็นเรื่องยากในการลุ้นโควต้ายูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก พวกเขาคงมองไกลได้เพียงโควต้ายูโรป้าลีกที่ตอนนี้มีลุ้นกันตั้งแต่อันดับที่ 5-13 เนื่องจากแต่ละทีมห่างกันไม่เกิน 4 แต้มเท่านั้น

สิ่งที่อาร์เตต้าทำได้ในตอนนี้มีเพียงแค่การประคองตัวจบฤดูกาลแบบสวยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และพยายามสร้างจิตวิญญาณขึ้นมาใหม่ หลังจากล่าสุด อาร์เซน เวนเกอร์ ออกมาบอกว่าอดีตทีมของเขาลืมจิตวิญญาณไว้ที่ไฮบิวรี่สนามเก่าของพวกเขา โดยทีมปืนใหญ่ย้ายมายังเอมิเรตส์สเตเดี้ยมเมื่อปี 2006

ถึงแม้อาร์เซน่อลจะไม่สามารถคว้าแชมป์หรือลุ้นแชมป์ได้ แต่พวกเขาก็ยังรักษาสถานะในการเป็นทีมใหญ่ระดับท็อป 6 เอาไว้อยู่ อย่างไรก็ตามการขยับขึ้นมาของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ปีนี้กลับมาเปรี้ยงปร้างอีกครั้ง ทำให้พวกเขาและทีมจากลอนดอนอีกทีมอย่างสเปอร์สคงนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้แล้วล่ะ

ติดตามเราสำหรับข่าวฟุตบอลเพิ่มเติม

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on telegram
Telegram

โซลชา รับเห็น ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์แล้วเจ็บปวด

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับกันแบบตรงๆ ว่ารู้สึกเจ็บปวดที่เห็นคู่อริตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสำเร็จในฤดูกาลนี้

Read More »

สามแต้มชัวร์! โอเว่น ฟันธงหงส์มาแน่คืนนี้

ไมเคิ่ล โอเว่น ตำนานกองหน้าบัลลงดอร์ มั่นใจสุดขีดว่าทีมเก่าของตนอย่าง ลิเวอร์พูล จะสามารถบุกไปเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ได้ถึงกูดิสัน พาร์ค ในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ คืนวันอาทิตย์นี้

Read More »

เดวีส์ คว้าแข้งดาวรุ่งแห่งปีของบุนเดสลีกาเหนือ ฮาแลนด์

อัลฟอนโซ เดวีส์ วิงแบ็ก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ที่เพิ่งทำสถิติแข้งวิ่งเร็วที่สุดในบุนเดสลีกา ด้วยเวลา 36.5 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง และช่วยทีมซิวถาดแชมป์ลีกไปครองอย่างยิ่งใหญ่

Read More »

ริชาร์ลิซอน ยก 3 กองหลังเหนือกว่า ฟาน ไดค์

เอฟเวอร์ตัน มีคิวเปิดรังกูดิสัน พาร์ค ทำศึกเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์นี้ ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดรีสตาร์ทหลังโควิด-19

Read More »

Leave a Replay